ค้นหาบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วัยทอง Old age


วัยทอง Old age


วัยทองในผู้หญิง คือวัยหมดประจำเดือนอายุประมาณ 45-55 ปี โดยเฉลี่ยอายุ 49 ปี ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่ตัดรังไข่ก็สามารถเกิดวัยทองได้ทันทีหลังตัดรังไข่ เมื่อถึงวัยนี้รังไข่จะหยุดทำงาน และไม่มีการตกไข่อีกต่อไป ทำให้ไม่มีประจำเดือนและไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงจากรังไข่อีก จึงทำให้เกิดอาการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย


อาการในวัยทอง เมื่อไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง จะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ดังนี้
- ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
- มี อาการทางระบบเส้นเลือด เช่น อาการร้อนวูบวาบ โดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย แก้ม คอจะแดง เหนื่อยง่าย ใจสั่น มีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน หรือบางคนมีอาการหนาวสั่น อาการนี้จะเป็นนานประมาณ 1-5 นาที
- เต้านมมีขนาดเล็กลง
- ผิวหนังจะบางลง แห้งและเกิดเป็นแผลได้ง่าย มีอาการคันตามผิวหนัง หรือเหมือนมีมดไต่ หรือมดกัดตามผิวหนัง
- เส้นผมจะหยาบแห้งและบางลง หลุดร่วงได้ง่าย ไม่ดกดำเป็นเงางามเหมือนก่อน
- มี อาการทางกล้ามเนื้อและผิวหนัง ผู้ที่อยู่ในช่วงวัยทองจะมีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ หรือปวดตามข้อและกระดูก กระดูกจะเริ่มบางลง เนื่องจากมีการทำลายเซลล์กระดูกเพิ่มขึ้น
- อาการทางระบบสืบพันธุ์ ผนังเยื่อบุช่องคลอดจะบางลง ช่องคลอดขยายตัวไม่ดี ช่องคลอดแห้ง ทำให้มีอาการเจ็บหรือแสบในช่องคลอดเวลามีเพศสัมพันธ์ และมีการติดเชื้อในช่องคลอดบ่อยขึ้น และเกิดภาวะช่องคลอดหย่อน เรียกว่า กระบังลมหย่อน
- อาการทางระบบปัสสาวะ มีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จามหรือหัวเราะ นอกจากนี้เยื่อบุปัสสาวะยังบางลง ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย และอักเสบได้บ่อย
- มีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว เครียดง่าย หงุดหงิด โกรธง่าย ใจน้อย ควบคุมอารมณ์ได้ยาก บางคนหลงลืมง่าย เวียนศีรษะ ซึมเศร้า
- มีปัญหาเรื่องการนอน นอนหลับยาก ตื่นเร็ว
- ความรู้สึกทางเพศลดลง บางคนอาจมีความรู้สึกทางเพศสูงขึ้น
- มีการเปลี่ยนแปลงทางรูปร่าง เอวจะเริ่มหายไป ไขมันเพิ่ม ผิวหนังเหี่ยว
- ร่างกายมีภูมิต้านทานลดลง ทำให้ติดเชื้อและเจ็บป่วยได้ง่าย


เมื่อเข้าสู่วัยทองมักจะมีโรคต่าง ๆ ตามมา คือ เกิดโรคกระดูกพรุนได้เร็ว โรคหลอดเลือดหัวใจ และสมอง มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก

การปฏิบัติตัวเมื่อเข้าสู่วัยทอง ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ไขมันน้อย รับประทานพวกผักใบเขียวและผลไม้ที่มีวิตามินเอ ซี อี สูง ข้าวซ้อมมือ ดื่มนมพร่องหรือขาดมันเนยเป็นประจำ ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์ เพราะมีผลต่อการดูดซึมแคลเซียม และไม่ควรสูบบุหรี่ ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ สุดท้ายทำจิตใจให้สบาย

ยาสตรีเบอร์2 ตราหมอเส็ง มีส่วนผสมของว่านชักมดลูกและยาบำรุงร่างกายของหมอเส็ง ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มฮอร์โมนเพศหญิง ปรับระบบไหลเวียนโลหิต เมื่อทานยาสตรีเบอร์2 ตราหมอเส็งแล้ว จะทำให้ร่างกายสดชื่น ผิวพรรณดี มีน้ำมีนวล ร่างกายแข็งแรง ไม่หงุดหงิด อ่อนเพลียง่าย

โลหิตจาง Anemia


โลหิตจาง Anemia


ภาวะ โลหิตจางหมายถึงเม็ดเลือดแดงในกระแสเลือดมีปริมาณหรือคุณภาพต่ำกว่าปกติ ทำให้ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปสู่เนื้อเยื่อ มีปริมาณลดลง แม้ว่าภาวะโลหิตจางอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุก็ตาม แต่การขาดสารอาหารโดยเฉพาะธาตุเหล็กซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิน นั้นจัดเป็นสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและวัยรุ่น สตรีมีประจำเดือน สตรีมีครรภ์และหลังคลอด ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคกระเพาะและลำไส้ นักกีฬาและผู้ใช้แรงงาน


ภาวะ โลหิตจางมิได้มีผลต่อระบบการไหลเวียนเลือดเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ในร่างกายเช่น ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหารเป็นต้น อาการของภาวะโลหิตจางจึงพบได้ทั่วไปและไม่จำเพาะเจาะจง เช่น
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น เวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย
- สมองล้า หลงลืมง่าย ขาดสมาธิการทำงาน เรียนหนังสือไม่ดีเท่าที่ควร
- เบื่ออาหาร ท้องอืดท้องเฟ้อ ทำให้ขาดสารอาหารมากขึ้นและส่งผลให้ภาวะโลหิตจางรุนแรงขึ้น
- ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อง่ายโดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ถ้าเจ็บป่วยหรือมีบาดแผลมักจะหายช้า
- มีอาการซีดของใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น ฝ่ามือ เล็บ
- สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่อาจทำให้หัวใจขาดเลือดรุนแรงขึ้น เจ็บหน้าอกง่ายขึ้นและทำให้เกิดภาวะหัวใจวายได้

แพทย์แผน โบราณกล่าวว่า ภาวะโลหิตจางจัดอยู่ในกลุ่มโรคของเลือดพร่อง ซึ่งครอบคลุมถึงความผิดปกติทั้งปริมาณและคุณภาพของเซลล์เม็ดเลือดชนิดต่าง ๆ เช่น ภาวะโลหิตจาง ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำเป็นต้น ความผิดปกติของสารเคมีและสารอาหารในเลือดตลอดจนการไหลเวียนของเลือดที่ช้าลง อาการของเลือดพร่องจึงเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ ระบบของร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้ามืด ตาลาย ใจสั่น นอนไม่หลับ ฝันบ่อย หน้าตาซีดเซียว ขี้หลงขี้ลืม ขาดสมาธิ เล็บเปราะ มือเท้าเหน็บชา เบื่ออาหาร ประจำเดือนน้อย มีบุตรยาก แท้งบุตร ภูมิคุ้มกันต่ำเป็นหวัดง่าย ติดเชื้อง่ายผิวหนังหยาบกร้าน เป็นต้น


ยาบำรุงร่างกายเบอร์ 2 ตราหมอเส็ง เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพของหมอเส็งที่ช่วยปรับสมดุล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ภูมิต้านทานโรคดีขึ้น คุณจึงรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไม่อ่อนเพลียง่ายและทนต่อภาวะความเครียดได้ อาการนอนไม่หลับ ฝันบ่อย ใจสั่น เวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย ขาดสมาธิ ขี้หลงขี้ลืม ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นหวัดบ่อย และอาการอื่น ๆ ของภาวะโลหิตจางจะค่อย ๆ ทุเลาและอาจหายไปในที่สุด

โรคร้ายเป็นได้อย่างไร


โรคหลอดเลือดสมอง


สมองเป็นศูนย์บัญชาการของร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อทุกประเภท ประสานการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย รวมทั้งการทำงานในระดับสูงของระบบประสาท เช่น ความจำ ความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ การคำนวณ การเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ การใช้ภาษา เป็นต้น แม้ว่าสมองมีน้ำหนักเพียง 2-3% ของน้ำหนักตัวแต่กลับต้องการเลือดมากถึง 20% ของร่างกายมาหล่อเลี้ยง หากสมองขาดเลือดเพียง 5 นาทีสมองก็จะถูกทำลายอย่างถาวร และสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเมื่อหลอดเลือดสมองเสื่อมลงจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น ไขมันในเลือดสูง เลือดมีความหนืดมากไป เบาหวานหรือความดันโลหิตสูง อาการเหล่านี้ก็จะทำให้หลอดเลือดสมองแข็งตัว ตีบ ตัน หรือแตก ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดอาการขี้หลงขี้ลืม ความจำเสื่อม จนถึงอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตฉับพลันได้

หลอดเลือดสมองตีบ
เมื่อ หลอดเลือดสมองแข็งตัวและตีบลงมากๆ หากมีลิ่มเลือดมาอุดตันหลอดเลือด จะทำให้สมองขาดเลือด หลอดเลือดสมองตีบพบมากในผู้สูงอายุ เนื่องจากคนกลุ่มนี้มักมีภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวจากไขมันเกาะตามผนังหลอด เลือด อีกทั้งยังเป็นโรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง เบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าหรือน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานจะมีโอกาสเกิดภาวะนี้ได้ก่อนวัยอันควร กลุ่มคนเหล่านี้มักมีภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ผู้ที่มีญาติพี่น้องเป็นอัมพาตก็จะมีความเสี่ยงต่อโรคนี้มากขึ้น

หลอดเลือดสมองอุดตัน
ลิ่ม เลือดที่เกิดขึ้นในหลอดเลือดส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งมักจะมาจากลิ่มเลือดที่หัวใจหลุดลอยตามกระแสเลือดและมาอุดตันหลอดเลือด สมอง ทำให้เซลล์สมองตายเพราะขาดเลือด หลอดเลือดสมองอุดตันมักพบในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

หลอดเลือดสมองแตก
หลอด เลือดสมองที่เปราะบางแตกออก ทำให้เนื้อสมองโดยรอบตาย ซึ่งเป็นอันตรายที่ร้ายแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ในเวลารวดเร็ว หลอดเลือดสมองแตกมักเกิดจากโรคความดันโลหิตสูง

7 สัญญาณเตือนภัยก่อนเป็นอัมพาต
อัมพฤกษ์ อัมพาตเป็นอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์เป็นเสมือนสัญญาณเตือนภัยก่อนเป็นอัมพาตภายใน 6-12 เดือน สัญญาณเตือนภัยมีดังนี้
- ไม่มีแรงหรือชาอย่าง เฉียบพลันที่ใบหน้า แขน หรือขาซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย มือหยิบของแล้วร่วงตก อาการมักเกิดขึ้นชั่วขณะและหายเองภายในเวลา 24 ชั่วโมง
- ตามัวหรือมองไม่เห็นอย่างเฉียบพลันโดยเฉพาะถ้าเป็นกับตาข้างเดียว
- ลิ้นแข็งหรือชา พูดไม่ชัดหรือพูดลำบากแต่รู้ตัวดีและสามารถกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
- วิงเวียนศีรษะบ่อย เป็นลม แต่รู้สึกตัวรวดเร็ว
- ความจำเสื่อมลงอย่างเห็นได้ชัด
- นึกอะไรช้าลง สับสน ขาดสมาธิ สมรรถภาพการทำงานลดลงอย่างไร้เหตุผล
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ไม่ควรนิ่งนอนใจ


ยาบำรุงร่างกาย เบอร์ 2 ตราหมอเส็ง ช่วยปรับสมดุล และรักษาพลังงานภายในร่างกาย ให้เป็นปกติ กระตุ้นให้ร่างกายมีการบำบัด เยียวยา เสริมสร้างตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ

***หมาย เหตุ ผมเพิ่งได้รับ email ฉบับหนึ่งเกี่ยวกับเส้นเลือดสมองอุดตัน คือหากเจอใครก็ตามที่อยู่ๆก็วูบ ล้มลง สักพักก็ลุกขึ้นมาได้ ขอให้ทดสอบเขาดังนี้

1. S=Smile ให้เขาลองยิ้มดู

2. T=Talk ให้เขาพูด โดยพูดประโยคง่ายๆ เช่น"วันนี้อากาศดีนะ"

3. R=Raise ให้เขาลองยกมือทั้งสองข้างขึ้น

ถ้าเขามีอาการทำข้อใดข้อหนึ่งลำบาก ขอให้รีบส่งโรงพยาบาลด่วน!

เพราะในกรณีตัวอย่าง พอเขาลุกขึ้นมาได้ ต่างคนก็คิดว่าเขาไม่เป็นไร แต่พอกลับถึงบ้าน เขาก็เสียชีวิตทันที

เป็นข้อเตือนใจสำหรับคนที่เรารัก เรารู้จัก หรือใครก็ตามที่เราได้ไปพบเห็น คุณอาจช่วยชีวิตเขาได้ครับ

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ເຄັດລັບສຸດຢອດໃນການສ້າງທຸລະກິດເຄື່ອຂ່າຍທີ່ເຈົ້າຄວນຮູ້


ເຄັດລັບສຸດຢອດໃນການສ້າງທຸລະກິດເຄື່ອຂ່າຍທີ່ເຈົ້າຄວນຮູ້

ຫົວໃຈສຳຄັນຄື ການສ້າງຄວາມສຳພັນ ລູກຄ້າຈະຊື້ຂອງ ຂອງເຈົ້າເຂົາຕ້ອງຮູ້ຈັກເຈົ້າ ໄວ້ໃຈເຈົ້າແລະຕ້ອງຮູ້ວ່າເຈົ້າຈະສາມາດ ໃຫ້ໃນສີ່ງທີ່ເຂົາຕ້ອງການຫລື ສີ່ງທີ່ເຂົາກຳລັງຊອກຫາຢູ່ໄດ້ ເພາະສະນັ້ນມັນກໍ່ຂື້ນຢູ່ກັບການສ້າງຄວາມສຳພັນຂອງເຈົ້າ ຜ່ານອີເມລ ໂທລະສັບ ຫລື ທາງໃດກໍ່ໄດ້ ແລ້ວແຕ່ທີ່ລູຸກຄ້າ ຫລືຜູ້ມຸ່ງຫວັງເຕັມໃຈໃຫ້ໄວ້ກັບເຈົ້າ
ແລະ ຫລັງຈາກນີ້ ຖ້າເຂົາຮູ້ວ່າເຈົ້າ ມີສີ່ງທີ່ເຂົາຕ້ອງການ ເຂົາຈະຕິດຕໍ່ຫາຊື້ສີນຄ້າຈາກເຈົ້າ ຂໍເປັນເພື່ອນຮັກກັບເຈົ້າ ຂໍທຳທຸລະກິດກັບເຈົ້າເອງ ແລະ ລາຍໄດ້ຊື່ສຽງ ຈະມາຫາເຈົ້າແບບບໍ່ທັນຕັ້ງຕົວເດີ
ຫົວໃຈສຳຄັນອີກປະການໜື່ງຄື ເຈົ້າຄືໃຜ?
ຊື່ງໜາຍເຖີງການມີຕົວຕົນ ຄວາມຈິງໃຈ ການເຮັດໃຫ້ຄົນຮູ້ຈັກເຈົ້າ ທີ່ຈະສ້າງຄວາມໜັ້ນໃຈ ໃຫ້ກັບລູກຄ້າຂອງເຈົ້າ ເພາະສະນັ້ນ ສີ່ງທີ່ຂ້ອຍຈະແນະນຳຄື ແທນທີ່ຈະບອກໃຜຕໍ່ໃຜ ວ່າສີນຄ້າຂອງເຈົ້າດີແນວໃດ ທຸລະກິດເຈົ້າສຸດຍອດຊຳ້ໃດ ເຈົ້າລອງບອກເຂົາແບບນີ້ວ່າ
‘’ ເຈົ້າເປັນໃຜ ແລະ ຈະຊ່ວຍເຫລືອເຂົາໃຫ້ປະສົບຄວາມສຳເລັດໄດ້ແນວໃດ? ‘’

ແລະ ນີ່ຄື 1 ໃນຫລັກ ການຕະຫລາດແບບດຶງດູດ ເດີ
ຂ້ອຍຄິດວ່າພໍຈະໄດ້ໄອເດຍ ໄປປັບໃຊ້ກັນ ແລະ ທີ່ສຳຄັນຄວນມີເວັບໄຊທີ່ເປັນຂອງເຈົ້າເພື່ອທີ່ໄວ້ເປັນທີ່ໆ ຈະອະທິບາຍ ວ່າເຈົ້າສາມາດຊ່ວຍເຂົາໄດ້ແນວໃດໃນ ທຸລະກິດ ເຄື່ອຄ່າຍ
ຢ່າເຊື່ອທຸກຢ່າງໃນສີ່ງທີ່ຂ້ອຍຂຽນ ແຕ່ຈົ່ງນຳໄປທົດລອງ ແລະ ລົງມືທຳ ດວ້ຍຕົວເຈົ້າເອງດຽວນີ້ ເພາະຄວາມສຳເລັດ ບໍ່ມີທີ່ຫ້ວາງໃຫ້ກັບຄົນທີ່ພັດມື້ພັດວັນ ສົນໃຈຮຽນເຄັດລັບທີ່ຂ້ອຍໄດ້ກ່າວຟຮີ ກະລຸນາ COMMENT ຂ້າງລຸ່ມເດີ ຍີນດີອ່ານຂໍ້ຄວາມຈາກທ່ານ.

ແດ່ຄວາມສຳເລັດຂອງເຈົ້າ
ທອງຈັນ ພົນທະຈັກ
ນັກທຸລະກິດເຄື່ອຂ່າຍ

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การ Direct Talk การพูดคุยตรง





การ Direct Talk การพูดคุยตรง

การ Direct Talk หรือการพูดคุยตรงกับผู้มุ่งหวัง

สวัสดี ค่ะยามเที่ยงคืนอีก 2 นาทีจะตี 1 แล้วนะค่ะ เพื่อนๆคงหลับกันแล้วเพราะวันนี้ฝนตกอากาศเย็นสบาย แต่วันนี้อยากจะนำวิธีการนี้มาเล่าสุ่กันฟังเพราะว่าตัวดิฉันเองใช้วิธีนี้ แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีมากๆเลยค่ะแต่ต้องเตรียมตัวกันนิดหนึ่งคือ เตรียมใจค่ะ ทำไมละค่ะ เพราะว่าวิธีการDirect Talk หรือ คุยตรง เราต้องใช้ความกล้าในการทำงาน วิธีการ Direct Talk หรือคุยตรง แต่ละคนก็มีหลายวิธีการกันออกไปค่ะ เอาไปปรับและประยุกต์กับไลน์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนเองนะค่ะ เพราะตรงนี้เป็นความรู้ที่สามารถ พัฒนาได้ วิธีการ
Direct Talk หรือคุยตรงมีดังนี้นะค่ะ

1.Direct Talk หรือคุยบอกผู้มุ่งหวังไปเลยว่าตัวเราเองเนี้ยเป็นคนทำ ธุรกิจ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้า
2.Direct Talk หรือคุยบอกกับผู้มุ่งหวังว่าเราเป็นเพียงคนมาทำแบบสำรวจ

ก่อนอื่นเรามาเตรียมความพร้อมกันก่อนนะค่ะ สิ่งที่เราต้องมีนะค่ะ

1.เรา ต้องแต่งตัวสุภาพ เรียบร้อย ผู้หญิงแนะนำนะค่ะ อย่าแต่งตัวโป๊ เพราะเรามาทำงานหรือทำธุรกิจของเรา เราต้องแต่งตัวดูดี เราไม่ใช่ดาวยั่วที่ต้องใช้การแต่งตัวมาล่อผู้ที่เป็นกลุ่มผู้มุ่งหวัง เราคือผู้เชี่ยวชาญค่ะ นึกไว้เสมอนะค่ะ เราคือเจ้าของธุรกิจ

2.นามบัตร มีชื่อเอบรืโทรพร้อมรายละเอียดคร่าวๆไว้ให้เค้าอ่าน ข้อมุลทั้งหมดขอเวลานิดนะค่ะ จะนำรูปตัวอย่างมาให้ดู

3.ใบปลิวที่เราจะใช้ สีหรือขาว-ดำ ก็ได้ค่ะ เทคนิคนะค่ะ ใบปลิวสีจะดึงดูดคนได้มากกว่า (คนชอบดูรูปมากกว่าการอ่าน)

4.สมุด ปากกา เผื่อไว้จด เพราะบางทีเราไปคุยปุ๊ม เราอาจจะเจอคนที่สนใจทันที บางคนเค้าสนใจมากนั่งคุยกับเราเป็น10ๆนาทีก็มีนะค่ะ

เมื่อ เราได้อาวุธกันแล้วเรามาเริ่มทำงานได้เลยนะค่ะ การทำงานก็มี 2 แบบคือ การหาลูกค้าและการหาเครือข่าย ขอพูดถึงเรื่องการหาลูกค้าก่อนนะค่ะ

วิธี ทำง่ายมากๆค่ะ ดิฉันจะมีใบปลิวสีติดตัวไว้ ในกระเป๋า สัก 10 ใบ พร้อมสมุดโน็ตเล่มเล็กๆที่พกพาได้สะดวก และปากกาค่ะ สมมุติวันนี้ไปเดินห้างไป Big C ละกันนะค่ะ ใกล้บ้านค่ะ เผอิญไปเจอน้องคนหนึ่งกำลังดูเครื่องสำอางลดริ้วรอยเดินเข้าไปหาน้องเค้าเลย นะค่ะ ไปแบบมั่นใจค่ะ สำคัญนะค่ะ อย่าลังเล กลัวๆกล้าๆเพราะคนทุกคนรุ้ค่ะว่าใครจะเดินมาหาเรา บางคนถ้าเค้าเห็นเรายึกยัก เค้าจะคิดว่าเรามาแบบไม่หวังดี เดินเข้าไปและพูดว่า
"ขอโทษนะค่ะ พอดีพีทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ทำมาจากธรรมชาติ จากประเทศฝรั่งเศล สามารถช่วยลดริ้วรอย ทำให้หน้าขาวใส ปลอดภัย 100 % ไม่ทราบว่า น้องพอมีใคร สนใจ ที่อยากจะประเมินสุขภาพผิวหน้า ฟรีกับพี่ไหมค่ะ " ถ้าน้องเค้าลังเล บอกว่า " มีเพื่อนค่ะ " เราก็ตอบไปว่า " งั้นพี่ฝากให้เพื่อนนะค่ะ ถ้าเค้าเกิดสนใจให้รีบติดต่อพี่เพื่อรับโปรโมชั่นนะค่ะ ขอบคุณค่ะ " จบค่ะ อย่าไปพยายามคุยอะไรต่อมิอะไรต่อกับเค้านะค่ะ เค้ายังไม่พร้อมที่จะเปิดใจค่ะ หาคนต่อไปเลยค่ะ

ถ้าบางคนตัวเค้าเองสนใจและกำลังหาวิธี เค้าจะบอกเลยว่า " หนูเองค่ะพี่ หนูสนใจมาก" ดิฉันก็จะถามเค้ากลับไปเลยค่ะว่า " ไม่ทราบว่าคุณน้อง.... น้องอะไรเอ่ย" (ถามเพื่อรอให้เ้ค้าตอบชื่อเค้ามา)" มีปัญหาแบบไหนที่ต้องการดูแลละค่ะ " พอตอนที่เค้าตอบนะค่ะ ให้เรารีบจดรายละเอียดเค้า มีวิธีถามชื่อเค้าแบบง่ายๆนะค่ะ ถามเชิงให้เค้าตอบค่ะ แบบนี้ค่ะ " ไม่ทราบว่าคุณน้อง.... น้องอะไรเอ่ย เบอร์ศูนย์อะไรค่ะ มีปัญหาอะไรบ้างค่ะ " (แค่นี้เราก็ได้ชื่อกับเบอร์เค้ามาแล้วละค่ะ) สคริปเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆตามสินค้าที่เราต้องการทำการตลาดนะค่ะ เรื่องงานก็เหมือนกันแค่เปลียนจากสินค้ามาเป็นเรื่องงานเอาไว้พรุ่งนี้จะมา เล่าให้ฟังละกันนะค่ะ คุย Direct Talk /การพูดคุยตรง แบบนี้ไปเรื่อยๆจนครบ 10 คนต่อวัน ตามสถิติ คุณทำสะสมจนครบ 1 สัปดาห์ จะมีผู้ที่สนใจ และผู้ที่เป็นลุกค้าของคุณ ไม่ต่ำกว่า 5 คน ทำแค่วันละ 10 คนเองนะค่ะ ไม่ยากเลย แต่ที่ดิฉันทำ ดิฉัน คุยแล้วได้ชื่อ - เบอร์โทร วันละ 10 คน ค่ะ 1 ใน 10 คนนั้นจะมีคนเป็นลูกค้า 1-3 คน ยิ่งทำทุกวันและทำสะสม คุณจะมีลูกค้าเป็นทวีคุณ ทีนี้ใครจะมาบอกว่าไม่ชอบงานขาย ดิฉันก็ไม่เชื่อค่ะ มีรายได้จากการจำหน่ายปลีกทุกวันนะค่ะกำไรต่อวันก็หลายตังค์ใครไม่ชอบบ้า แล้วละค่ะ

For your Success..
Thongchanh Phonthachack
MLM leader
Khamla2000@hotmail.com
Tel: 856 020 55670662

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ปัญหา ธุรกิจเครือข่าย ความเป็นจริง และวิธีการแก้ปัญหา การขาดแคลนผู้มุ่งหวัง





ปัญหา ธุรกิจเครือข่าย
ความเป็นจริง
และวิธีการแก้ปัญหา การขาดแคลนผู้มุ่งหวัง

อยากเป็นมือ อาชีพใน ธุรกิจเครือข่าย ต้องรู้วิธีการดึงดูดผู้คน
วิธีหาผู้มุ่งหวัง วิธีหาลูกค้า ให้ถูกวิธี โดยไม่ต้องโทรชวนคน โทรตื้อผู้คน
ที่นี้เราสอน วิธีหาผู้มุ่งหวัง ด้วย ระบบดึงดูดอัตโนมัติ

ก่อนที่คุณจะเลือกทำ ธุรกิจเครือข่าย
กับบริษัทเครื่อข่ายกับบริษัทใดก็ตาม
คุณต้องรู้ ความจริงเกี่ยวกับระบบเครือข่ายในหลายๆ ด้าน
และปัญหาหลักของคนทำ ธุรกิจเครือข่าย
และที่สำคัญ ระบบที่สามารถช่วยแก้ปัญหาระบบเครือข่าย
และการขาดแคลนผู้มุ่งหวัง
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คนส่วนใหญ่กว่า 95% ยังไม่รู้

ธุรกิจเครือข่ายทำเงินได้เงินได้จริงครับ แต่คุณต้องทำให้ถูกที่ ถูกเวลา
นอกจาก บริษัท ผลิตภัณฑ์ และแผนรายได้ เป็นส่วนสำคัญแล้ว
และที่สำคัญที่สุด คือตัวคุณ คุณต้องมีเทคนิคและวิธีการ ที่สามารถดึงดูดคน
ให้มาร่วมทีมกับคุณ หรือมีระบบที่สามารถดึงดูดผู้คนให้มาร่วมธุรกิจกับคุณ

ก่อนอื่นมาพูดถึงปัญหาในระบบเครือข่ายก่อนนะครับ
ซึ่งผมจะแชร์ให้รับทราบว่า
ทำไมคนทำธุรกิจเครือข่ายประสบปัญหา และประสบปัญหาใดบ้าง
ที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมีอยู่ 3 ข้อ

3 ปัญหาหลักของคนในวงการธุรกิจเครือข่าย

ปัญหาหลักที่ 1 การถูกสอนให้เน้นผิดจุด

หรือเราเข้าใจผิดเอง นั่นคือการเน้นไปที่บริษัทฯ สินค้า แผนจ่าย และการทำได้เพียงเกทับ กันไปมา ว่าของเราดีกว่าของเขา และสิ่งนี้ทำให้ผู้คนย้ายจากที่หนึ่ง เพียงเพราะคิดว่า จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จเสียที จากการรอ/ค้นหา/เข้าร่วม สิ่งที่อ้างว่าเป็น The Next Big Thing.

ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ แม้มีความโดดเด่น จริงตามที่คุณเข้าใจ แต่.....มันคือสิ่งที่ ผู้มุ่งหวัง ของเราต้องการจริงๆ หรือ พวกเราหลายคนถึงนำมาเน้นมากมายในการ หาผู้มุ่งหวัง พวกเขาให้เข้าร่วมธุรกิจกับเรา และที่สำคัญ ของที่อื่นย่อมมีความโดดเด่นของตนเองทั้งนั้นครับ และการเน้นเรื่อง บริษัทฯ สินค้า แผนจ่าย เน้นได้ครับ แต่ควรเป็นเรื่อง “สุดท้าย” สิ่งที่คุณควรเน้นอันดับแรกนั่นคือ “ตัวคุณ” และความ “เป็นมืออาชีพของคุณครับ”
ปัญหาหลักที่ 2 วิธีการทำงานในแนวทางของ Old-school MLM

สอนกันรุ่นสู่รุ่นกันมากในวงการ ล้วนสอนให้เราเล่นบทไล่ล่าผู้คน เล่นกับสถิติ โดยเจอคำปฏิเสธให้เยอะ ๆ เข้าไว้ เพราะคุณใกล้พบคนที่ใช่แล้ว ซึ่งไม่ Work แล้วในสมัยนี้ เพราะล้วนเป็นวิธีการของการเล่นบทไล่ล่า ผู้ล่า แต่ก็ยังสอน ยังทำกัน เพราะไม่รู้วิธีที่ดีกว่า ทั้ง ๆ ที่มัน ไม่ Work ตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะกี่คนแล้ว ที่คุณกำลังยัดเยียด นำเสนอสิ่งที่พวกเขาไม่ได้สนใจจะฟังตั้งแต่แรกแล้ว สิ่งนี้เรียกว่า Work เหรอครับ
การใช้เวลา STP แบบตัว-ตัว กับผู้คน ๆ แล้วคนเล่า ก็เป็นเรื่องเสียเวลามากถึงมากที่สุด ไหนจะต้องเดินทางไปกลับอีก ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ไหนจะต้องหมั่นคอยโทรติดตามต่ออีกซักระยะอยู่เรื่อย ๆ
การเล่นบทผู้ล่า ไล่โทรหาคนอย่างตะบี้ตะบัน มีผลถึงอัตตาตัวตนของคุณ ถูกมองเป็นฝ่ายเข้าหา ที่อำนาจการเจรจา ตกอยู่กับผู้อื่น ไม่ใช่คุณ
ไม่นับโอกาสเสียความรู้สึก และสั่นคลอนมิตรภาพ (ไม่มากก็น้อย) ผ่านการถูกปฏิเสธจากคนรู้จักรอบข้าง
วิธีเล่นบทไล่ล่าเหล่านี้เทียบกันไม่ได้เลยกับ การประยุกต์ใช้
ระบบดึงดูดอัตโนมัติ เพื่อดึงดูดผู้คน เข้ามาหา เอา “การต้องผจญการถูกปฏิเสธ” ออกจากชีวิต
จะดีไหม ถ้ากระบวนการสร้างทีมงาน การสร้างคนใหม่ ๆ คุณไม่ต้องผจญกับคำปฏิเสธเลย แถมยังมีวิธีดึงดูดผู้อื่นเข้ามาหาอีก เป็นไปได้แน่นอนครับ สำหรับทุกคนที่เรียนรู้หลักการ วิธีการ และเทคนิคของ ระบบดึงดูดอัตโนมัติ เหมือนอย่างที่ผม และหลายคนพิสูจน์มาแล้ว !
ปัญหาหลักที่ 3 การไม่อาจสร้างรายได้กลับมาได้ทันกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงแรก

หรือค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น เงินลงทุนเริ่มแรก (เปิดศูนย์ธุรกิจ) เงินดำเนินธุรกิจเช่น ค่าเดินทาง ค่าฝึกอบรม ค่าโฆษณา จนทำให้ขาดทุน ในกระแสเงินสดหมุนเวียน ทำให้ธุรกิจอยู่ได้ไม่นาน แม้เริ่มต้นมาด้วยความแน่วแน่ ตั้งใจจริง
รายได้จากธุรกิจเครือข่าย เป็นรายได้ที่อาศัยเวลา สร้างทีมงาน สอนทีมงานจนทีมงานทำงานขยายสายงานเองได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างกินเวลา ขณะที่มีค่าใช้จ่ายทันที มากมายในขั้นต้น และทุก ๆ เดือนจากการต้องรักษายอดส่วนตัว ทุก ๆเดือน หรือลงทุนโฆษณา ค่าฝึกอบรม หรือแม้กระทั่งเวลาที่สูญเสียไป ทำให้เป็นการง่ายที่คนส่วนใหญ่จะ Short เงินสดหมุนเวียนในช่วงแรก และพาลให้ต้องออกจากธุรกิจ แบบล้มเหลวเพราะขาดทุนเงินสดหมุนเวียน

3 ปัญหาหลักนี้ คือสิ่งที่แนวคิดระบบงานการสร้างธุรกิจเครือข่าย
ใหม่ ๆ จะต้องถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาครับ
ระบบที่ใช้แก้ปัญหานี้ เรียกว่า
ระบบ ดึงดูดอัตโนมัติ

Auto Attraction System
ระบบที่ทำให้คุณ " ได้ " หาผู้มุ่งหวัง ได้ดังนี้

" วิธี หาผู้มุ่งหวัง " ที่ช่วย ดึงดูด ผู้มุ่งหวังตัวจริง
เข้ามาหาคุณ อย่างต่อเนื่อง

" วิธี หาผู้มุ่งหวัง " ที่ช่วยคัดกรองเฉพาะ
ผู้ที่มีความตั้งใจจริง เท่านั้น

." วิธี หาผู้มุ่งหวัง " โดยไม่ต้องลิสต์รายชื่อคนรู้จักให้ได้มากที่สุด

" วิธี หาผู้มุ่งหวัง " ที่ช่วยให้คุณ
ไม่จำเป็นต้องโทรชักชวน ผู้มุ่งหวัง อีกต่อไป

" วิธี หาผู้มุ่งหวัง " ที่ช่วยติดตามผล และสร้างความสัมพันธ์
กับ ผู้มุ่งหวัง อย่างต่อเนื่อง

" วิธี หาผู้มุ่งหวัง " ที่ช่วยสร้าง สภาพแวดล้อมไฮเทค เพื่อให้คุณและทีมงานของคุณ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ

" วิธี หาผู้มุ่งหวัง " ที่ช่วยให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าโฆษณา โดยไม่จำเป็นอีกต่อไป


การทำ ธุรกิจเครือข่าย ต้องมีความรู้ และเลือกระบบที่ทำให้คุณทำงานง่ายขึ้น และไม่ขัดกับความรู้สึกของตนเอง

คุณต้องมีความรู้ วิธีการ และระบบที่สามารถช่วยคุณได้
ความรู้และวิธีการที่เหนือกว่า คุณจะหาได้จากที่ไหน
เข้ามาเรียนรู้กับเราครับ แล้วคุณจะรู้ว่า
ผมและทีมงานสามารถจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ
ในธุรกิจเครือข่าย ได้จริง

โดยการ
กรอกข้อมูลด้้านล่าง เพื่อรับ Informations เพื่อเรียนรู้ คัมภีร์แรงดึงดูด ฟรี
กับเรานะครับ

ปล. “อย่าเพิ่งปฏิเสธสิ่งที่คุณยังไม่รู้จริง เพราะนั่น
คุณอาจปฏิเสธสิ่งที่คุณหามาทั้งชีวิต”
เปิดมุมมองของคุณให้กว้างและมาเรียนรู้กันครับ

For your Success.....


ทองจน พนทะจก
thongchanh Phonthachack

khamla2000@hotmail.com
www.thongchanhtoglobal.blogspot.com

ຄົນຮັ່ງ ຕ່າງຄົນທຸກ 10 ຂໍ້




ຄົນຮັ່ງ ຕ່າງຄົນທຸກ 10 ຂໍ້

ໜ່ັງສືຂອງທ່ານ Keith Cameron Smith ໄດ້ຂຽນຄວາມແຕກຕ່າງຂອງຄົນຮັ່ງ ແລະ ຄົນທຸກວ່າ ມີ 10 ຂໍ້ທີ່ແຕກຕ່າງຄື:
1. ຄົນຮັ່ງຄິດຍາວ, ຄົນຊັ້ນກາງຄິດສັ້ນ, ຄົນທີ່ຄິດສັ້ນທີ່ສຸດກໍ່ຄືຄົນທຸກຍາກ. ຄົນທຸກຍາກ ມັກຈະຄິດເລື້ອງຕ່າງໆແບບວັນຕໍ່ວັນແບບຫາເຊົ້າກິນຄຳ່. ຄົນຊັ້ນກາງ ມັກຈະຄິດ ເປັນລາຍເດືອນ ຄື ຄິດເຖີງມືເງີນເດືອນອອກ. ແຕ່ວ່າຄົນຮັ່ງມີເປັນເສດຖີນັ້ນ ເຂົາຄິດກັນເປັນປີໆ ຫລື ເປັນສິບໆປີ ໃນໃຈຂອງຄົນທຸກບາກນັ້ນ ເຂົາມັກຄິດຫາແຕ່ເລື້ອງຂອງຄວາມຢູ່ລອດເປັນຫລັກ ໃນຂະນະທີ່ຄົນຊັ້ນກາງມັກຄິດເຖີງເລື່ອງຄວາມສຸກສະບາຍຈາກກັບຈັບຈ່າຍໃຊ້ສອຍ. ຄົນຮັ່ງມີນັ້ນ ມີເປົ້າໜາຍຂອງພວກເຂົາຢ່າງຊັດເຈນ ຄືພວກເຂົາຕ້ອງການເປັນອິດສະຫລະທາງການເງີນ. ການຄິດໄກໆຍາວໆນັ້ນ ມີພະລັງມະຫາສານ ເພາະມັນຈະເຮັດໃຫ້ເຂົາອົດອອມ ແລະ ລົງທືນໄລຍະຍາວ ຊື່ງຈະເຮັດໃຫ້ເງີນງອກເງີຍແບບມີກຳໄລໃນໄລຍະຍາວ ແລະ ນີ້ຄືສູດສຳຄົນທີ່ສຸດຂອງຄົນຮັ່ງມີ.
2. ຄົນຮັ່ງມັກເວົ້າເລື່ອງແນວຄິດ, ຄົນຊັ້ນກາງເວົ້າກ່ຽວກັບເລື່ອງສີ່ງຂອງ ແລະ ຄົນທຸກມັກເວົ້າແຕ່ເລື່ອງຂອງຄົນອື່ນ. ນີ້ບໍ່ໜາຍຄວາມວ່າຄົນຮັ່ງບໍ່ເຄີຍເວົ້າເລື່ອງສີ່ງຂອງ ຫລື ເລື່ອງຂອງຄົນອື່ນ ແຕ່ຫມາຍຄວາມວ່າຄົນຮັ່ງເວົ້າກ່ຽວກັບເລື່ອງຂອງຄົນອື່ນໜ້ອຍກ່ວາທຸກຄົນ. ຄົນຮັ່ງມັກມີຄວາມຄິດດີໆ ແລະ ມູມມອງທີ່ຕ່າງຈາກຄົນຊັ້ນກາງ ແລະ ຄົນທຸກ. ຄົນຮັ່ງມັກຈະເວົ້າມີຄວາມຄິດສ້າງສັນຢູ່ສະເໜີ ຊື່ງແຕກຕ່າງຈາກນິໄສຂອງຄົນທຸກທີ່ມັກຫາເລື່ອງຈົ່ມຂວັນນິນທາຜູ້ອື່ນ. ສ່ວນຄົນຊັ້ນກາງ ທີ່ເນັ້ນການເຮັດວຽກເປັນຕົ້ນຕໍນັ້ນ ມັກເວົ້າເຖີງເລື່ອງລົດຂີ່, ດົນຕຮີ ແລະ ການໄປມາບ່ອນຜ່ອນຄາຍ.
3. ຄົນຮັ່ງຍອມຮັບການປ່ຽນແປງ, ຄົນຊັ້ນກາງມັກຕໍ່ຕ້ານການປ່ຽນແປງ. ຄົນຊັ້ນກາງຮູ້ສຶກວ່າ ການປ່ຽນແປງອາດມາພ້ອມໂອກາດທີ່ພວກເຂົາອາດຈະຍາດແຍ່ງເອົາໄດ້. ເບື່ອງຫລັງຂອງນິໄສນີ້ ອາດມາຈາກຄວາມຄິດທີ່ວ່າ ຄົນຮັ່ງນັ້ນ ມີຄວາມໜັ້ນໃນໂຕເອງສູງ.
4. ຄົນຮັ່ງກ້າຍອມຮັບຄວາມສ່ຽງທີ່ໄດ້ພິຈະລະນາ ແລະ ໄຕ່ຕອງດີແລ້ວ, ຄົນຊັ້ນກາງຢ້ານທີ່ຈະປະເຊີນໜ້າກັບຄວາມສ່ຽງ. ຄົນທີ່ບໍ່ຍ່ອມສ່ຽງຈະບໍ່ມີໂອກາດທີ່ຈະໄດ້ຜົນຕອບແທນທີ່ໂດດເດັ່ນ.
5. ຄົນຮັ່ງຮຽນຮູ້ໄປພ້ອມໆກັບການເຕີບໂຕໃຫຍ່ຕະຫລອດຊີວິດ. ຄົນຊັ້ນກາງຄິດວ່າ ການຮຽນຮູ້ ແມ່ນຈາກໂຮງຮຽນ. ການຮຽນຮູ້ຈາກໂຮງຮຽນ ເປັນພຽງພື້ນຖານທີ່ຊ່ວຍໃຫ້ເຮົານຳໄປສຶກສາຕໍ່ດ້ວຍຕົນເອງ. ການຮຽນຈາກໂຮງຮຽນ ໃຊ້ເປັນເວລາສິບໆປີ ຊື່ງເປັນການເສຍເວລາຫລາຍ
6. ຄົນຮັ່ງເຮັດວຽກເພື່ອກຳໄລ ສ່ວນຄົນຊັ້ນກາງເຮັດວຽກກັບຄວາມຄິດທີ່ຫວັງຄ່າຈ້າງທີ່ດີ
7. ຄົນຮັ່ງຄິດວ່າພວກເຂົາຈະຕ້ອງເຮັດບຸນສິນກິນທານ ແລະ ບໍລິຈາກ ສ່ວນຄົນຊັ້ນກາງ ຄິດວ່າການເຮັດບຸນເປັນການສີ້ນເປືອງ
8. ຄົນຮັ່ງມີແຫລ່ງລາຍຮັບຫລາຍແຫຼ່ງ ສ່ວນຄົນຊັ້ນກາງມີລາຍຮັບຢ່າງຫລາຍກໍ ຈາກ 2 ແຫຼ່ງ.
9. ຄົນຮັ່ງໜັ້ນໃສ່ການເພີ່ມຂື້ນຂອງຄວາມມັ່ງຄັ່ງ ແຕ່ຄົນຊັ້ນກາງມຸ່ງໜັ້ນໃຫ້ໄດ້ເງີນຄ່າຈ້າງສູງຂື້ນ
10. ຄົນຮັ່ງມັກຕັ້ງຄຳຖາມວ່າ ‘’ ຂ້ອຍຈະສ້າງລາຍໄດ້ເປັນເທົ່າຕົວໃນປີນີ້ດ້ວຍວິທີໃດ ?, ສ່ວນຄົນຊັ້ນກາງມັກຕັ້ງຄຳຖາມ ເປັນທາງລົບ ເຊັ່ນ: ‘’ ປີນີ້ຈະຫາເງີນແບບໃດເພື່ອມາຈ່າຍບັດໜີ້ບັດເຄຼດິດ?

ແດ່ຄວາມສຳເລັດຂອງເຈົ້າ
ທອງຈັນ ພົນທະຈັກ

E-mail: khamla2000@hotmail.com
www.thongchanhtoglobal.blogspot.com