ค้นหาบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การสร้างความมั่นใจในการทำธุรกิจเครือข่าย


การสร้างความมั่นใจในการทำธุรกิจเครือข่าย


การ ที่คุณจะสามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว คุณจำเป็นที่จะต้องสามารถสร้างความมั่นใจ ในการทำธุรกิจนี้ให้ได้เสียก่อน เพราะถ้าคุณยังขาดความมั่นใจในการลงมือทำอยู่นั้น คุณย่อมไม่สามารถออกไปสร้างผลลัพธ์จากการลงมือทำ ได้เท่าที่คุณต้องการอย่างแน่นอน เพราะผู้มุ่งหวังย่อมสามารถจับความรู้สึกกลัว ความรู้สึกกังวลจากตัวคุณได้ และนั่นจึงทำให้พวกเขาปฏิเสธคุณในที่สุด
คุณอยากรู้วิธีสร้างความมั่นใจหรือยัง ?

ก่อนที่คุณจะสามารถสร้างความมั่นใจให้เกิด ขึ้นได้ ก่อนอื่นคุณต้องตระหนักถึงสาเหตุที่ทำให้คุณ ขาดการความมั่นใจก่อน เพราะถ้าคุณไม่สามารถค้นหาสาเหตุของการขาดความมั่นใจได้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะสามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นได้

สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ผู้คนขาดความมั่นใจ ไม่เฉพาะการทำธุรกิจเครือข่ายเท่านั้นแต่ยังเกิดกับธุรกิจอื่นๆด้วย นั่นก็คือการไม่มั่นใจกับการที่ต้องลงมือทำ ซึ่งการไม่มั่นใจนั้น สืบเนื่องมาจากการขาดทักษะที่สำคัญ ๆ และขาดการฝึกฝนอย่างพอเพียงนั่นเอง

ถ้าคุณจำตอนที่คุณขี่จักรยานครั้งแรกได้ คุณคงเข้าใจในเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อครั้งแรกที่คุณเริ่มขี่จักรยานเป็น คุณย่อมไม่มั่นใจอย่างมาก เพราะคุณได้รับความเจ็บ และมีความอายจากการฝึกหัดขี่จักรยาน ซึ่งเมื่อคุณไม่มั่นใจ คุณย่อมแสดงออกมาในท่าทางการขับขี่ของคุณ นั่นคือตัวคุณจะเกร็งผิดปกติ และนี่คือเหตุผลที่คุณล้ม

ในการทำธุรกิจเครือข่ายนั้นก็เฉกเช่นเดียว กัน คุณเริ่มต้นด้วยการทำธุรกิจนี้จากความรู้และประสบการณ์เป็นศูนย์ มีเพียงแต่ความอยากเท่านั้น ที่ชักนำให้คุณกล้าลงมือทำ แต่ก็ด้วยความที่คุณขาดความรู้และประสบการณ์ จึงส่งผลให้คุณขาดความมั่นใจในการลงมือทำไปด้วย เมื่อคุณขาดความมั่นใจ ย่อมไม่เป็นเรื่องแปลกเลย ที่เมื่อคุณไปบอกเล่าธุรกิจของคุณให้กับผู้มุ่งหวัง และคุณโดนปฏิเสธกลับมา เพราะผู้มุ่งหวังย่อมสามารถรับรู้ความไม่มั่นใจที่คุณส่งออกไป และพวกเขาจึงไม่มั่นใจว่าสิ่งที่คุณกำลังพูดอยู่นั้น จะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด พวกเขาจึงปฏิเสธคุณในที่สุดนั่นเอง

เมื่อคุณเข้าใจถึงสาเหตุของการขาดความมั่นใจแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำ เพื่อการเพิ่มความมั่นใจนั้นมีด้วยกัน 2 สิ่ง

สิ่งแรก คุณจำเป็นต้องเพิ่มพูนความรู้ของตัวคุณ จากการอ่านหนังสือ ฟังซีดี เข้าร่วมงานประชุม หรือเข้าร่วมการสัมมนาที่มีประโยชน์

และสิ่งที่ 2 ก็คือการเพิ่มพูนประสบการณ์ นั่นก็คือการลงมือทำทำให้มากขึ้น โดยไม่ต้องสนใจผลลัพธ์ที่จะตามมา ไม่ต้องสนใจการถูกปฏิเสธ ขอให้คุณมุ่งความสนใจไปยังการเก็บเกี่ยวประสบการณ์เท่านั้น เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่มีค่ามหาศาลต่อตัวคุณ เพื่อสร้างความมั่นใจได้

ขอให้คุณจดจำไว้ว่าไม่มีใครที่เกิดมา เพื่อเป็นหนึ่งในสิ่งที่พวกเขาทำ เพียงแต่ด้วยความรู้ และประสบการณ์ต่างหาก ที่ผลักดันให้พวกเขาก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งได้

ถ้าคุณทำตามที่ผมได้กล่าวไป คุณย่อมสามารถสร้างความมั่นใจในตัวคุณ ให้เกิดขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย และสุดท้ายคุณย่อมสามารถสร้างผลลัพธ์ในธุรกิจเครือข่ายได้เท่าที่คุณต้องการ

Freelance กับนักธุรกิจเครือข่าย


Freelance กับนักธุรกิจเครือข่าย


ผม อยากจะพูดถึงงาน ๆ หนึ่ง ที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกับการเป็นนักธุรกิจเครือข่าย นั่นก็คือ งานที่เรียกว่า freelance ซึ่งก็คือคนที่ทำงานอิสระ โดยไม่ได้สังกัดบริษัทใด ๆ ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ และรับงานเป็นงาน ๆ ไป คุณอาจจะสงสัยว่าผมกำลังจะสื่อสารอะไรถึงคุณกันแน่ สิ่งที่ผมต้องการที่จะสื่อสารในวันนี้ก็คือ การตอกย้ำให้คุณได้เข้าใจถึงข้อดีของการเป็นนายของตนเอง และการเลือกรับรายได้ตามผลงาน มากกว่ารับรายได้ตามการแทนค่าเวลาของคุณ คุณอยากเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการสื่อสาร ?

ข้อดีของการเป็น freelance นั้นมีมากมาย ดังที่ผมได้พูดไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอิสระจากการถูกสั่งการ ไม่มีหัวหน้า ไม่มีลูกน้อง ไม่จำเป็นต้องเข้าทำงานที่บริษัท และเลือกรับรายได้ตามผลงาน ซึ่งอันที่จริง นี่ก็เป็นสิ่งที่ผมได้ทำมาก่อนที่จะทำธุรกิจเครือข่าย

ปัญหาของคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็คือ พวกเขาต้องการความมั่นคง โดยเฉพาะคนไทย ดังนั้นคุณคงเห็นว่างานราชการจึงมีการแข่งขันที่สูงมาก ทั้ง ๆ ที่เป็นงานที่เติบโตได้ช้า รายได้น้อย แต่มีความมั่นคง

แต่คุณทราบหรือไม่ครับว่านี่เป็นความคิด ของคนทั่ว ๆ ไป ซึ่งไม่มีทางได้รับอิสระภาพทางด้านการเงิน และเวลา เหตุผลก็เพราะในโมเดลนี้คุณจำเป็นต้องแทนค่าเวลาเกือบทั้งหมดของคุณ เพื่อแลกกับความมั่นคง และเวลาที่เหลือของคุณก็คือเวลาหลังจากเกษียณการทำงาน

แต่เรื่องที่น่าเศร้าก็คือ เมื่อคุณเกษียณจากการทำงาน คุณจำเป็นต้องเกษียณจากการรับรายได้ด้วย คุณอาจจะแย้งว่าแล้วบำเหน็จ บำนาญล่ะ ผมบอกได้เลยว่าเงินจาก 2 แหล่งนี้ไม่เพียงพอกับการที่คุณจะสามารถใช้ชีวิตแบบมีอิสระภาพได้อย่างแน่ นอน

ซึ่งวันนี้ที่ผมอยากจะพูดก็คือ การเปิดโอกาสให้กับคุณ ที่จะมองโลกในมุมมองที่แตกต่างออกไป เพื่อที่คุณจะสามารถสร้างทางเลือกได้มากขึ้นนั่นเอง

ขอผมพูดถึงสาเหตุที่ผมตัดสินใจทำงานแบบ freelance นิดนึงนะครับ สาเหตุหลัก ๆ ก็เพราะผมไม่เคยเชื่อในความมั่นคง ที่ทุก ๆ คนนั้นพูดถึง ผมไม่เคยเชื่อในตำแหน่งว่าจะทำให้เราสามารถมีชีวิตที่มีความสุข เพราะทั้งหมดนั้นเปรียบเสมือนภาพลวงตาที่ไม่ได้มีอยู่จริง

ผมเลือกทำ freelance เพราะผมสามารถเป็นเจ้านายตัวเองได้ ด้วยการเลือกทำงานที่ผมอยากทำ กำหนดช่วงเวลาในการทำงานของตัวผมเอง และออกแบบรูปแบบชีวิตของตัวเอง และที่สำคัญคือ รับรายได้ตามผลงาน ไม่ใช่รับรายได้ตามการแทนค่าเวลา ซึ่งนั่นทำให้ชีวิตของผมมีอิสระภาพมากขึ้นในเรื่องของเวลา และถ้าผมมีวินัยในการทำงานเพียงพอ ผมยังสามารถสร้างรายได้ในระดับที่สูงกว่าการทำงานประจำอีกด้วย

อีกประการที่สำคัญที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ การเป็น freelance และการทำธุรกิจเครือข่าย นั้นสามารถทำด้วยกันได้ เพราะถ้าเราสามารถจัดการเวลาให้เหมาะสมได้ เราจะสามารถทำทั้ง 2 อย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ลงมือทำธุรกิจเครือข่ายในช่วงเช้า และงานของคุณในช่วงบ่าย เป็นต้น ที่เราจำเป็นต้องทำทั้ง 2 อย่างพร้อม ๆ กัน ก็เพราะในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจเครือข่าย คุณจำเป็นต้องมีเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นทุนในการหมุนเวียนสินค้า ทุนในการพัฒนาตัวคุณ ซึ่งผมไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง ให้คุณลาออกจากงาน แล้วหันมาทำธุรกิจเครือข่ายเพียงแค่อย่างเดียว เพราะโอกาสในการประสบความสำเร็จนั้นเป็นไปได้ยากมาก

สิ่งที่ผมพูดวันนี้ผมเพียงแค่อยากให้คุณ ลองมองหาโอกาสอื่น ๆ ในชีวิตของคุณ และถ้าบางทีคุณสามารถปล่อยวางความต้องการความมั่นคง และมองหาโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง พร้อมทั้งมีอิสระภาพทางด้านเวลามากขึ้น บางทีการเป็น freelance อาจจะเป็นคำตอบของคุณควบคู่กับการทำธุรกิจเครือข่ายก็เป็นได้

การจัดการกับความกลัว


การจัดการกับความกลัว


หลาย ๆ คนไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เท่าที่ควร เพราะพวกเขาถูกความกลัวหยุดยั้งพวกเขาจากการลงมือทำ จึงทำให้พวกเขาไม่สามารถได้รับผลลัพธ์ ได้ตามที่พวกเขาต้องการนั่นเอง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องรู้จักกับวิธีการจัดการกับความกลัว เพื่อที่จะทำให้สามารถลงมือทำ อันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เราได้รับผลลัพธ์ ได้ตามที่เราปรารถนานั่นเอง
คุณพร้อมที่จะรู้จักวิธีการจัดการกับความกลัวนี้หรือยัง ?

ความกลัวที่อยู่ในตัวผู้คนนั้น เป็นเรื่องปกติอย่างที่สุด และไม่มีทางที่จะมีใครที่ไม่มีความกลัวอยู่ในตัวเองเลย หลาย ๆ คนจึงพยายามมองหาหนทางในการขจัดความกลัวให้หมดไป หรือไม่ก็พยายามหลีกเลี่ยงความกลัวเหล่านั้น

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความกลัวคือสิ่งที่อยู่ในตัวของเราทุก ๆ คน เราจึงไม่สามารถที่จะทำลายความกลัวให้หมดไปหรือหลีกเลี่ยงความกลัวเหล่านั้น ได้ ซึ่งคำถามที่ตามมาก็คือ แล้วเราจะทำอย่างไรกับความกลัวของเรา ที่จะสามารถให้เราสามารถลงมือทำแบบ whatever it takes เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เราต้องการให้ได้

ด้วยความที่ความกลัวนั้นอยู่ในตัวของเรา อันดับแรก เราจึงต้องเข้าใจและยอมรับให้ได้ก่อนว่าตัวเราเองเกิดความกลัวจริง หลังจากนั้นเราจึงจะสามารถที่จะฝึกฝนความกลัวให้เชื่องได้ เหมือนกับหมองู ที่สามารถฝึกงูให้เต้นรำตามเสียงเพลงที่หมองูเล่นนั่นเอง

การฝึกความกลัวให้เชื่อฟังคำสั่งของเรา นั้น จะช่วยให้เราสามารถก้าวข้ามความกลัว และสามารถลงมือทำได้ตามที่เราต้องการ แต่การที่จะฝึกความกลัวให้เชื่อฟังคำสั่งของเรานั้น ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเลย ก็เพราะปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ต่างถูกความกลัวเหล่านั้นสั่งการตัวพวกเขาอยู่

ผมจึงอยากจะให้คุณลองคิดดูครับว่า คุณเคยอยู่ในเหตุการณ์เช่นต่อไปนี้หรือไม่ เช่น คุณอยากสปอนเซอร์คนแปลกหน้าแต่คุณไม่กล้าลงมือซักที เนื่องจากคุณมีความกลัวลึกๆอยู่ภายในตัวคุณ นี่คือตัวอย่างของการที่ความกลัวเข้าครอบงำคุณ

การฝึกฝนเพื่อควบคุมความกลัวนั้น คุณจำเป็นต้องมีจิตใจที่มุ่งมั่นกับเป้าหมายของคุณ คุณต้องยินยอมรับผลลัพธ์ของความรู้สึกที่ไม่ดีให้ได้ เหมือนกับการที่คุณจะเลิกเหล้า หรือเลิกบุหรี่นั่นเอง

เมื่อใดก็ตามที่คุณอยู่ในสถานการณ์ของการ ที่คุณจำเป็นต้องตัดสินใจ ขอให้คุณลงมือทำ โดยไม่ต้องสนใจเสียงทัดทานใด ๆ ในตัวคุณ ไม่ว่าคุณจะกลัวมากเพียงใด เชื่อหัวใจของคุณ และอย่าใช้สมองของคุณตัดสินใจ เพราะมันไม่ได้ช่วยให้สิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ยิ่งคุณสามารถลงมือทำ โดยไม่ได้สนใจความกลัวที่อยู่ในตัวของคุณมากขึ้นเท่าใด คุณยิ่งสามารถกลายเป็นผู้ควบคุมความกลัวของตัวคุณได้ดีขึ้นเท่านั้น และในที่สุดคุณย่อมสามารถควบคุมความกลัวของคุณให้เชื่องกับตัวคุณได้อย่าง สิ้นเชิง และส่งผลให้คุณสามารถสร้างผลลัพธ์จากการทำธุรกิจเครือข่ายได้ตามที่คุณต้อง การ

ความจริงในธุรกิจเครือข่าย


ความจริงในธุรกิจเครือข่าย


หลัง จากที่ผมมีโอกาส ได้พบปะพูดคุยกับนักธุรกิจเครือข่ายแถวหน้าของเมืองไทยที่ประสบความสำเร็จ อยู่ในขณะนี้ หลาย ๆ คนได้ให้ข้อคิด ดี ๆ เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายที่ผมอยากที่จะนำมาแบ่งปันให้กับทุก ๆ ท่านในวันนี้ เพื่อที่จะได้เข้าใจอย่างแท้จริง กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในการทำธุรกิจเครือข่ายของคุณ เพื่อที่คุณจะสามารถหาทางในการปรับตัว เพื่อทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบผลสำเร็จ คุณพร้อมที่จะรู้ความจริงนี้หรือยัง ?

ก่อนจะเริ่มพูดถึงผมเองจำเป็นต้องบอกท่าน ที่อ่านก่อนว่า เรื่องต่อไปนี้อาจจะทำร้ายความรู้สึก ความเชื่อ ความศรัทราของท่านอย่างมาก แต่ผมเองขอบอกได้เลยว่านี่เป็นเรื่องจริง และสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ เป็นความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้

ความจริงก็คือในธุรกิจเครือข่าย ไม่ได้ออกแบบมาให้ทุก ๆ คนสามารถประสบความสำเร็จได้ทุก ๆ คน ถึงแม้ว่าธุรกิจนั้น ๆ จะมีเครื่องมือช่วยสำเร็จที่เรียกว่าระบบก็ตาม และถึงแม้ว่าระบบนั้นจะสามารถสร้าง ผู้ประสบความสำเร็จได้จำนวนมากขนาดใดก็ตาม แต่ถึงอย่างไรระบบเหล่านั้น ยังไม่ได้เอื้อให้ทุก ๆ คนสามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจ ได้อย่าง 100%

สาเหตุนั้นก็เพราะ ระบบนั้นถูกออกแบบขึ้นด้วยความน่าจะเป็นที่จะทำให้ผู้ใช้ระบบ สามารถประสบความสำเร็จได้ โดยความน่าจะเป็นนั้น อ้างอิงในกลุ่มผู้ใช้จำนวนมากว่าจะช่วยให้พวกเขาสามารถที่จะทำตามได้ ถ้าจะพูดให้ถูกแล้ว ระบบนั้นไม่ได้ถูกออกแบบให้สามารถสร้างความสำเร็จ ให้กับนักธุรกิจทุก ๆ คน แต่ถูกออกแบบให้นักธุรกิจทุก ๆ คน สามารถใช้ได้ในการเริ่มต้นธุรกิจต่างหาก

และข่าวร้ายสำหรับท่านที่ใช้ระบบนั้นอยู่ ก็คือ เหล่าผู้ประสบความสำเร็จทั้งหมด ไม่มีใครเลย ที่ประสบความสำเร็จโดยใช้ระบบแบบ 100% พวกเขาอาจจะใช้ก็จริง แต่ไม่มีใครเลยที่ใช้ระบบอย่างเดียว และเดินตามเส้นทางของระบบนั้นแบบ 100%

สาเหตุนั้นก็เพราะว่า ระบบนั้นล้วนถูกออกแบบมาเป็นเสมือนบททดสอบและการฝึกฝน ให้กับนักธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการลิสต์รายชื่อ และการโทรเชิญตามสคริปท์ ซึ่งโอกาสประสบความสำเร็จน้อยเหลือเกิน แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำ ก็เพื่อฝึกให้นักธุรกิจเครือข่ายหน้าใหม่ได้รู้จักกับการทำงานและการถูก ปฏิเสธ

ซึ่่งในขั้นตอนนี้จะเกิดผลลัพธ์ 2 แบบ คือผู้ที่สามารถเอาชนะแรงต้านได้ ก็จะสามารถผ่านเข้าไปในขั้นตอนทดสอบต่อไป คือการแสดงแผน แต่ผู้ที่ยอมแพ้ต่อแรงต้านก็จะต้องหลุดวงโคจรออกไปจากธุรกิจ

คำถามคือ ท่านจะสามารถออกจากบททดสอบนี้ได้เมื่อไหร่ ? ท่านสามารถที่จะออกจากบททดสอบนี้ได้ก็ต่อเมื่อ ท่านสามารถปรับระบบเหล่านั้นเข้ากับการทำงานของตัวท่านได้นั่นเอง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเราต้องผ่านแรงต้านมากมาย กว่าที่จะสามารถผ่านพ้นมาจนถึงขั้นหลอมรวมระบบเข้ากับตัวเราได้

ผมจึงอยากจะเสนอระบบใหม่ที่ท่านจะสามารถยก ระดับตัวท่าน และสามารถดึงดูดผู้มุ่งหวังเข้ามาหาท่านได้ เพื่อที่จะทำให้การประสบความสำเร็จไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป ถ้าท่านต้องการที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายอย่างแท้จริง สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องทำ ก็เพียงแค่คลิ๊กที่ลิ้งค์ด้านล่าง และรอรับการติดต่อกลับจากผม

3 อุปนิสัยเพื่อสร้างให้คุณกลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ


3 อุปนิสัยเพื่อสร้างให้คุณกลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ


วันนี้ผมจะพูดถึง 3 อุปนิสัย ที่จะช่วยให้คุณกลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จได้ นั่นก็คือ ความรอบคอบ ความยุติธรรม และความเมตตา ซึ่ง ถ้าคุณสามารถเข้าใจ และสามารถปฏิบัติตัวตาม 3 อุปนิสัยด้านบนได้ คุณย่อมสามารถที่จะกลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ อย่างแน่นอน 100% คุณพร้อมจะสร้าง 3 อุปนิสัยนี้ เพื่อกลายเป็นคนประสบความสำเร็จทั้งในชีวิต และธุรกิจของคุณ แล้วหรือยัง ?

ความรอบคอบ - อุปนิสัยแรกที่คุณจำเป็นต้องทำการฝึกฝน นั่นก็คือความรอบคอบ ซึ่งหมายความว่า คุณจำเป็นต้องคิดไตร่ตรอง ต่อทุก ๆ การลงมือทำของตัวคุณ ให้การกระทำนั้นส่งผลดีต่อการประสบความสำเร็จ และการเดินทางสู่จุดมุ่งหมายของคุณ ให้มากที่สุด คุณจำเป็นต้องคิดถึงผลกระทบ ทุก ๆ อย่างที่คุณทำ ว่าจะส่งผลอย่างไรในอนาคต ไม่ใช่เพียงแค่ชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งผู้คนที่ประสบความสำเร็จ คือผู้ที่มีความรอบคอบ ต่อทุก ๆ การกระทำของพวกเขา นั่นจึงทำให้พวกเขาสามารถสร้างอนาคตตามที่พวกเขาต้องการได้

ความยุติธรรม - อุปนิสัยที่สองที่คุณจำเป็นต้องทำการฝึกฝน นั่นก็คือความยุติธรรม ซึ่งในกฏนี้นั้นก็เปรียบเสมือการให้พันธะสัญญา แก่บุคคลรอบตัวคุณ คุณสามารถเข้าใจเรื่องนี้ง่าย ๆ นั่นก็คือให้คุณลองจินตนาการว่าคุณสามารถเป็นผู้เขียนกฏหมาย กำหนดความเป็นไปของสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้ารประเพณี วัฒนธรรม เศรษฐกิจ หรือความสัมพันธ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะอยู่ในโลกของคุณตลอดไป และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ ซึ่งคุณนั้นถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขเพียงข้อเดียว นั่นก็คือ คุณต้องสร้างโครงสร้างเหล่านี้ขึ้นมา โดยไม่ได้อ้างอิงจากความเป็นตัวคุณ หรือสภาวะครอบครัวของคุณ หรือแม้แต่สภาวะทางร่างกายของคุณ นั่นก็คือคุณต้องเขียนกฏนี้ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้ชีวิตจริง ๆ ซึ่งสิ่งที่คุณได้สร้างไว้ คุณจำเป็นต้องใช้ชีวิตภายใต้กฏนั้นตลอดชีวิตของคุณ แล้วคุณจะออกแบบกฏนั้นอย่างไร ? คำตอบของคำถามนี้จึงเป็นแนวคิดของความยุติธรรมที่แท้จริง นั่นก็คือการที่ทุก ๆ คน ใช้ชีวิตอยู่บนระบบเดียวกัน ถึงแม้จะมาจากภูมิหลังที่แตกต่างกัน และเมื่อใดที่คุณสามารถเข้าใจในเรื่องราวของความยุติธรรมนี้ คุณจะสามารถสร้างองค์กรณ์ ที่คำนึงถึงความถูกต้องมาก่อนเสมอ และนั่นจะทำให้องค์กรณ์ของคุณ แข็งแกร่ง และไม่มีทางล้มอย่างแน่นอน ซึ่งอุปนิสัยแห่งความรอบคอบ จะทำให้คุณสามารถสร้างความสำเร็จส่วนตัวของคุณ ในขณะที่อุปนิสัยของความยุติธรรม คุณจะสามารถสร้างทีมของผู้ชนะขึ้นมาได้

ความเมตตา - อุปนิสัยที่สามที่คุณจำเป็นต้องทำการฝึกฝน นั่นก็คือความเมตตา ซึ่งกฏนี้เป็นตัวบ่งบอกถึงความสุดยอด ของบุคคลได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่คุณได้ทำการให้แก่ผู้คนรอบข้างตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือทีมงาน นั่นย่อมทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น และเกิดความสุขภายใน และเมื่อใดก็ตามที่คุณ ดูแลผู้มุ่งหวังของคุณ ด้วยโอกาสทางธุรกิจที่ดีที่สุด และสินค้าที่ดีที่สุด คุณจะได้รับผลตอบแทนกลับมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ขอให้จดจำกฏนี้ไว้ให้มั่นว่า ยิ่งคุณให้กับผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทนมากเท่าใด สิ่งดี ๆ จะเข้ามาหาคุณมากเท่านั้น

การที่คุณสร้างสามอุปนิสัยนี้ คุณจะกลายเป็นคนที่เปิดกว้าง คุณจะสามารถตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ จากความเป็นจริงได้มากกว่าจากสิ่งที่คุณคิด และคุณจะสามารถรองรับสิ่งดี ๆ และกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

ความลับสู่การพิชิตเป้าหมายของคุณ


ความลับสู่การพิชิตเป้าหมายของคุณ


ผม อยากจะแบ่งปันความลับสู่การพิชิตเป้าหมายของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายทางการเงิน ครอบครัว ความสัมพันธ์ หรือธุรกิจของคุณก็ตาม ถ้าคุณได้รู้ความลับนี้ เหมือนที่ผมมีโอกาสได้รู้ และได้ใช้ชีวิตภายใต้ความลับนี้ เช่นเดียวกันกับที่ผมทำ คุณย่อมสามารถพิชิตทุก ๆ เป้าหมายที่คุณต้องการ ด้วยตัวของคุณเอง แบบ 100% คุณพร้อมที่จะเรียนรู้ความลับสู่การพิชิตเป้าหมายของคุณ แล้วหรือยัง ?

ประการแรก รู้จักกับเป้าหมายของคุณ : ก่อน ที่คุณจะลงมือทำสิ่งใด ๆ ก็ตาม คุณควรจะแบ่งเวลาส่วนหนึ่ง เพื่อตรวจสอบให้เห็นว่าเป้าหมายที่คุณต้องการที่แท้จริง คืออะไร อะไรคือความสำคัญอันดับแรก ที่คุณต้องการ ขอให้คุณจดจำไว้ว่า ความชัดเจนจะสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ให้กับคุณ อย่างที่คุณคาดไม่ถึง และการกำหนดเป้าหมาย จะทำให้คุณไม่หลงทาง

ประการที่สอง กำหนดแผนการทำงานของคุณ : คุณ อาจไม่จำเป็นต้องบรรจุรายละเอียดทุก ๆ ประการลงไปในแผนการทำงานของคุณ เพราะนั่นเป็นการเปลืองเวลามากเกินความจำเป็น แต่คุณจำเป็นต้องรู้ว่าในขณะเวลาใด คุณควรให้ความสนใจกับงาน ๆ ใด และถ้าคุณสามารถวางแผนการทำงานของคุณ ผลลัพธ์ของการประสบความสำเร็จของคุณก็จะเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ประการที่สาม รู้จักกับอุปสรรคที่ขวางกั้นคุณอยู่ : ถ้า คุณไม่สามารถรู้จักกับอุปสรรคที่ขวางกั้นคุณอยู่ ก็มีความเป็นไปได้ที่อุปสรรคนั้น จะบีบให้คุณล้มเลิกการเดินทางเพื่อคว้าเป้าหมายของคุณ คุณจึงจำเป็นต้องรู้จักกับอุปสรรค ที่ขวางกั้นคุณอยู่ให้ทะลุปรุโปร่งให้ได้ เพื่อการก้าวข้ามอุปสรรคนั้นอย่างสมบูรณ์

ประการที่สี่ เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ : ค่อย ๆ เก็บความสำเร็จเล็ก ๆ จากทุก ๆ วัน และเฉลิมฉลองชื่นชมกับความสำเร็จนั้น และด้วยการที่คุณชื่นชมความสำเร็จเล็ก ๆ เหล่านั้น ในทุก ๆ วัน ต่อไปความสำเร็จของคุณจะค่อย ๆ ขยายตัวขึ้น จนกลายเป็นความสำเร็จขนาดใหญ่ จากการเฉลิมฉลองและชื่นชมความสำเร็จของคุณนั่นเอง

ประการที่ห้า กล้าตัดสินใจ : ผู้ คนมากมายทำตัวเหมือนกับผู้อยู่นอกเหตุการณ์ หรือผู้ชมคอนเสริต พวกเขาไม่กล้าตัดสินใจทำสิ่ง ใด ๆ เนื่องจากกลัว พวกเขาจึงเลือกที่จะหยุด และเฝ้ามอง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พวกเขาุถูกหยุดยั้งไว้ คุณจำเป็นต้องกลายเป็นผู้เล่นเกมส์ ตัดสินใจ และลงมือทำ ถึงแม้ว่าการตัดสินใจนั้นจะผิดพลาด แต่ถึงอย่างไร คุณก็ยังได้เริ่มต้นลงมือทำ และกล้าที่จะแบกรับความเสี่ยง และนั่นจะทำให้คุณสามารถเดินหน้าต่อได้

ประการที่หก อย่ายอมแพ้ : สร้าง พันธะสัญญากับตัวคุณเอง ว่าคุณจะไม่ยอมละทิ้งความฝันของคุณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม บางครั้งหนทางที่คุณเดินนั้นอาจจะยากลำบาก แต่ถึงอย่างไร ถ้าคุณไม่ยอมแพ้ คุณย่อมไปถึงปลายทาง

ด้วยความลับทั้ง 6 ประการ คุณจะสามารถเดินทางสู่จุดมุ่งหมายของคุณได้ แต่คุณจำเป็นต้องเอาชนะตัวคุณให้ได้ก่อน ซึ่งวันพรุ่งนี้ ผมจะมาพูดถึงวิธีการเอาชนะตัวคุณ

การเอาชนะตนเอง


การเอาชนะตนเอง


การ ที่เราจะสามารถเดินทาง เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือลงมือทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อความฝันของเรา เป็นเรื่องยากอย่างมาก เพราะเราจำเป็นต้องเอาชนะความอยากชั่วคราว และความต้องการเล็ก ๆ ของตัวเรา แต่หลาย ๆ คน ก็ไม่สามารถเอาชนะตนเองได้ และเสียเวลากับการทำสิ่ง ที่ไม่ได้ตอบโจทย์ความฝัน ความต้องการของพวกเขาแม้แต่น้อย ดังนั้นถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จ คุณจึงจำเป็นต้องสามารถเอาชนะตนเองให้จงได้ คุณอยากเรียนรู้วิธีการเอาชนะตนเองนี้หรือยัง ?

การ เอาชนะตนเองนั้น เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาล่าสุด จากการเข้าสัมมนาชื่อ Enlighten Warrior Training Camp ซึ่งการฝึกฝนเพื่อที่จะเป็นนักรบนี้ เราต้องสามารถใช้ชีวิตตามคำพูดที่ว่า One who conquer one self หรือคนที่สามารถเอาชนะตนเองได้นั่นเอง ซึ่งถ้าเราสามารถเอาชนะตัวเราเอง ย่อมไม่มีสิ่งใด มาหยุดยั้งเราจากการประสบความสำเร็จได้ และนั่นเองคือวิถีทางของการประสบความสำเร็จ

อันที่จริง แล้วตัวเราทุก ๆ คน ล้วนเกิดมาด้วยความสามารถของนักรบนี้ กล่าวคือ ถ้าย้อนไป หลาย ๆ รุ่น ย้อนไปถึงรุ่น ปู่ทวด ของปู่ทวดของเรา เราทุกคนล้วนมีเชื้อสายนักรบ ทุก ๆ คน แต่ทำไม เราจึงไม่สามารถนำพลังเหล่านั้นมาใช้ได้ สาเหตุก็เพราะเราถูกบางสิ่งบางอย่างปิดกั้นตัวเราไว้ จากการเข้าถึงพลังงานที่แท้จริงของเรา ซึ่งผู้ที่สามารถทลายขีดจำกัดที่ขวางกั้นพวกเขาได้ ก็ได้กลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงนั่นเอง

คุณอาจจะสงสัยว่า ทำไมคุณจึงจำเป็นต้องเป็นนักรบ เพราะคุณไม่ได้กำลังจะเข้าไปต่อสู้กับสิ่งใด ผมบอกคุณได้เลยว่าการที่คุณจะประสบความสำเร็จในสิ่งใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเครือข่าย หรืองานของคุณก็ตาม คุณจำเป็นต้องต่อสู่กับคู่ต่อสู้ที่โหดร้ายที่สุด นั่นก็คือตัวคุณเอง ถ้าคุณไม่เชื่อ ผมอยากให้คุณลองคิดตามผมดูตามนี้ครับ กี่ครั้งที่คุณรู้ว่าคุณควรเข้าไปสปอนเซอร์ ผู้มุ่งหวังแต่คุณก็เลือกที่จะไม่ทำ เพราะคุณคิดไปเองว่าเค้าคงไม่เหมาะกับธุรกิจนี้ และผู้มุ่งหวังคนนั้นคงไม่สนใจในธุรกิจของคุณ ซึ่งอันที่จริงสิ่งที่คุณคิดขึ้น เป็นเพียงแค่ความคิดที่คุณคิดขึ้นมา เพื่อปกป้องตัวคุณเท่านั้น และไม่ได้เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย

เสียงเล็ก ๆ นั้นจะหยุดยั้งคุณจากการลงมือทำ และนั่นคือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องต่อสู้ และถ้าคุณสามารถกลายเป็นนักรบ คุณย่อมสามารถเอาชนะเสียงเล็ก ๆ นั้น และเลือกควบคุมเสียงเล็ก ๆ นั้นได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เส้นทางการควบคุมเสียงเล็ก ๆ นั้นไม่ได้เป็นเรื่องง่าย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมจะได้ทำการแบ่งบทความนี้ออกเป็นหลาย ๆ บทความ ที่คุณสามารถนำมารวมเป็นหนึ่งบทความที่สมบูรณ์ได้ในที่สุด

แต่ถ้าคุณอยากจะเปิดโอกาสให้กับตัวคุณ นี่คือโอกาสสุดพิเศษของคุณ เพราะผมอยากจะแบ่งปัน ความรู้และประสบการณ์ของผมให้กับคุณ ถ้าคุณอยากจะเข้าสัมมนาเพื่อพิชิตความกลัวของคุณ และลงมือทำแบบ whatever it takes เพือให้ได้เป้าหมายของคุณ คุณสามารถคลิ๊กที่ลิ้งค์นี้ เพื่อแจ้งความประสงค์เข้าสัมมนา และรอการติดต่อกลับจากผม