ค้นหาบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

อย่ามองข้ามประโยชน์จากเปลือกผลไม้


สาวๆ คนไหนชินกับการกินผักผลไม้ต่อไปนี้ เช่น แตงกวา มันฝรั่ง แอปเปิ้ล และต้องปอกเปลือกให้เกลี้ยง เนื่องจากไม่ชอบเปลือกของเจ้าผลไม้ หรือเพราะความเข้าใจผิดว่าเปลือกของเจ้าผลไม้จะไม่สะอาดหรือไม่มีประโยชน์

แต่รู้ หรือไม่ว่าสาวๆ กำลังคิดผิดนะค่ะ !!!! เพราะเปลือกผลไม้เหล่านั้นมีประโยชน์อย่างมากเลยค่ะ ไม่เชื่อลองมาดูกันสิว่าเปลือกผลไม้มีประโยชน์อย่างไรกันบ้าง

เปลือกแอปเปิ้ล เชื่อ ว่ามีผลในการต่อต้านมะเร็ง ตามที่นักวิจัยพบว่าเปลือกของแอปเปิ้ลแดงผลหนึ่ง มีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่าวิตามินซี 820 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ได้จากน้ำส้มคั้นถึง 2 ควอตช์เลยทีเดียว ประโยชน์ของเปลือกแอปเปิ้ลนี่เยอะจริงๆนะค่ะ แต่เชื่อไหมค่ะว่ามีสาวๆ ไม่น้อยที่ชอบปอกเปลือกออกก่อนจะทานแอปเปิ้ล ต่อไปนี้ห้ามปอกเปลือกก่อนทานนะค่ะ สาวๆ จะได้รับประโยชน์จากแอปเปิ้ลมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ

เปลือกมันฝรั่ง อุดมไปด้วยใยอาหาร (fiber) ธาตุเหล็ก โปรแตสเซียม และวิตามินบี มากกว่าที่ได้จากเนื้อมันเสียอีก เมื่อเทียบปริมาณเท่า ๆ กันแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยนะค่ะว่าเปลือกของมันฝรั่งจะมีประโยชน์ขนาดนี้ แล้วคนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยทานมันฝรั่งพร้อมเปลือกซะด้วย แต่ต่อไปนี้คุณสาวๆ น่าจะลองหันมาทานมันฝรั่งพร้อมเปลือกกันดูบ้างนะค่ะ


ผิวส้ม มะนาว หรือมะกรูด มีสาร ดี-ไลโมนีน (น้ำมันหอมระเหยชนิดหนึ่ง) เทอปีน เฮสเพอริดีน (ยาป้องกันการตกเลือดโดยลดความเปราะของเส้นเลือด) คูมาริน (สารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย) และแคโรทีนอยด์ (สารสีเหลืองช่วยต้านอนุมูลอิสระ) ซึ่งดีต่อสุขภาพ อันนี้ประโยชน์เหลือล้นเลยค่ะสาวๆ โดยเฉพาะสารสีเหลืองต้านอนุมูลอิสระเนี่ย สามารถต้านโรคมะเร็งได้นะค่ะ และสาวๆ อย่างเราๆ ก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก ดังนั้นแคโรทีนอยด์จึงเป็นประโยชน์มากสำหรับกับสาวๆ อย่างเรา


รู้ อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานผักผลไม้พร้อมทั้งเปลือกดู แต่ก่อนทานก็อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนนะค่ะ เพราะถ้าล้างไม่สะอาดอาจจะเกิดโทษแทนที่จะเกิดประโยนช์นะค่ะ ด้วยความห่วงใยจากเราค่ะ....

ข้อมูลจาก S.WOMEN

อนุมูลอิสระคืออะไร


เชื่อว่า หลายท่านคงจะเคยได้ยินคำโฆษณาของหลายผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ แต่ทีนี้อนุมูลอิสระเป็นอย่างไร แล้วมีผลต่อร่างกายของเราอย่างไรนั้นสามารถพบคำตอบได้ดังนี้


อนุมูลอิสระ คือโมเลกุลของออกซิเจน ซึ่งมีประจุที่มีความไวในการเข้าไปทำปฏิกิริยากับอะไรก็ตามที่อยู่ใกล้ เช่น โปรตีน โครโมโซม กรดอะมิโน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เป็นต้น ซึ่งปฏิกิริยาดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการทำงานผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย ก่อให้เกิดโรคและพยาธิสภาพต่างๆ


อนุมูลอิสระเกิดได้ทั้งจากภายในและภายนอกร่างกาย ดังนี้

1. อนุมูลอิสระที่เกิดภายในร่างกาย เกิดจากความผิดปกติในกระบวนการเมตาบอลิซึม ซึ่งกระบวนการเมตาบอลิซึม (Metabolism) คือการเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดขึ้นภายในร่างกายที่ทำหน้าที่เปลี่ยนอาหารให้กลาย เป็นพลังงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย ซึ่งหากมีความผิดปกติย่อมส่งผลเสียให้กับร่างกาย รวมทั้งภาวะผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น ภาวะของโรค การรับประทานอาหารบางชนิดที่ก่อให้เกิดพิษในร่างกาย เป็นต้น

2. อนุมูลอิสระที่เกิดภายนอกร่างกาย เกิดจากการติดเชื้อทั้งจากแบคทีเรียและไวรัส การอักเสบชนิดไม่ทราบสาเหตุ เช่น ข้ออักเสบ รูมาตอยด์ โรคเก๊าต์ เป็นต้น อาจเกิดจากการรับสารกัมมันตรังสีต่างๆ สิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษ เช่นควันเสีย เขม่ารถยนต์ ควันบุหรี่ ยาฆ่าแมลง รวมทั้งอาหารพวกปิ้ง ย่าง เผา อาหารที่ไหม้เกรียม


โดย ธรรมชาติของร่างกายคนเราย่อมมีการเสื่อมสลายของเซลล์และมีการสร้างเซลล์ใหม่ มาทดแทนโดยอัตโนมัติ แต่พออายุมากขึ้น กระบวนการเสื่อมสลายยังคงทำงานเหมือนเดิม ในขณะที่กระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนกลับทำงานได้ไม่ทัน ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายก็เสื่อมสภาพ เป็นเหตุให้ผู้สูงอายุล้มป่วยได้บ่อย และแทนที่ระบบภูมิคุ้มกันที่มีอยู่จะช่วยต่อสู้ศัตรูของร่างกาย กลับแปรมาทำร้ายร่างกายของคนคนนั้นเอง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของเซลล์ รวมทั้งทำให้เกิดความผิดปกติภายในร่างกายไม่ใช่อะไรที่ไหนนอกจากอนุมูลอิสระ นี่เอง

อนุมูล อิสระเป็นตัวการสำคัญในการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเรา เนื่องจากอนุมูลอิสระจะเป็นตัวทำลายเซลล์ ซึ่งจะทำลายเซลล์ได้เร็วและมากขึ้นเมื่ออายุของเรามากขึ้น ทำให้กระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทำงานไม่ทัน ความบกพร่องในการทำงานของเซลล์ก็จะเกิดขึ้น และเมื่อเซลล์การทำงานบกพร่องมากขึ้น อวัยวะในร่างกายของเราก็ทำงานบกพร่องและเกิดความผิดปกติในร่างกายได้ อนุมูลอิสระถือว่าเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดความชราและความเสื่อมสภาพของร่าง กาย นอกจากนี้อนุมูลอิสระยังสร้างปัญหาให้กับร่างกายได้มากมาย ทั้งทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว ทำลายเซลล์พันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) ของเราด้วย หรืออาจทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ ทำให้เซลล์ดังกล่าวกลายเป็นเนื้อร้าย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคร้ายต่างๆ ตามมา เช่นโรคมะเร็งต่างๆ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน โรคต้อกระจก เป็นต้น


ส่วน สิ่งที่สามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกายเรานั้นหาได้ไม่ยาก นั่นก็คือสารเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีอยู่ในพืชผักผลไม้ที่เรารับประทาน โดยส่วนใหญ่ผักผลไม้ที่เรารับประทานในชีวิตประจำวันจะมีสีสันแตกต่างกันออก ไป แต่สีสันจากธรรมชาตินี้ให้คุณค่ากับร่างกาย โดยการนำสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายเพื่อไปต่อสู้กับอนุมูลอิสระที่ อยู่ภายในร่างกายของเรา และยังช่วยป้องกันอนุมูลอิสระไม่ให้มาทำลายเซลล์ต่างๆในร่างกาย ทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง ชะลอความชราและปลอดภัยจากโรคร้ายได้

โรคที่มากับน้ำท่วม


เนื่อง จากในขณะนี้หลายๆ จังหวัดได้ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ทำให้เกิดน้ำท่วมเสียหายหลายพื้นที่ ราษฎรได้รับความเดือดร้อนและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากมาย ในหลายพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังเรื่องของระดับน้ำที่อาจขึ้นสูงได้ตลอดเวลา และอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ประชาชนควรจะระมัดระวังก็คือโรคภัยต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงภาวะน้ำท่วม


โรคและภัยที่อาจเกิดขึ้นในภาวะน้ำท่วม และวิธีป้องกัน

1.โรคติดต่อทางเดินอาหาร ได้แก่โรคอุจจาระร่วง บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษและตับอักเสบจากไวรัสA กลุ่มโรคเหล่านี้ติดต่อโดยการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป การป้องกัน น้ำท่วมเป็นน้ำที่อาจมีเชื้อโรคปนอยู่ จึงควรระวังอย่าให้เข้าปากและไม่ควรนำมาล้างภาชนะถ้วยชามหรือผักผลไม้ ควรดื่มน้ำต้ม น้ำฝน หรือน้ำที่ใส่คลอรีนแล้ว รับประทานอาหารสุกใหม่ ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ถ่ายอุจจาระในส้วมหรือในหลุมแล้วกลบ ไม่ถ่ายลงในน้ำ ขยะหรือของเสียที่เปียกแฉะควรใส่ถุงพลาสติกผูกให้แน่นแล้วทิ้งในถังรองรับ ล้างมือให้สะอาดหลังการถ่ายอุจจาระและก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง หากมีอาการอุจจาระร่วงควรดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) จนอาการเป็นปกติ ถ้าอาการไม่ดีขึ้น มีไข้ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด ควรปรึกษาแพทย์

2. โรคผิวหนัง ที่สำคัญคือโรคน้ำกัดเท้าหรือเท้าเปื่อย ลักษณะในระยะแรกผิวหนังจะอักเสบจากความเปียกชื้น และการระคายเคืองจากความสกปรก ต่อมาเมื่อผิวลอกเปื่อยนานๆ มักจะมีสาเหตุมาจากเชื้อรา เชื้อนี้เจริญงอกงามได้ดีบริเวณซอกผิวหนังที่อับชื้น อาการจะเริ่มด้วยตุ่มใสบริเวณง่ามเท้า มีอาการคันมากจนแตกเป็นแผล ซึ่งจะทำให้มีอาการอักเสบจากการติดเชื้อแทรกซ้อน การป้องกัน หลัง จากย่ำน้ำแล้วควรล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้งโดยเฉพาะตามง่ามเท้า อาจโรยด้วยแป้งฝุ่น ถ้าเป็นไปได้ควรสวมรองเท้ายางหุ้มข้อเมื่อจะย่ำน้ำ หากมีอาการเท้าเปื่อยควรทาด้วยขี้ผึ้งรักษาน้ำกัดเท้า หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

3. ภัยจากสัตว์มีพิษกัดต่อย งู และสัตว์มีพิษต่างๆเช่นแมลงป่อง ตะขาบ อาจหนีน้ำขึ้นมาบนบ้านโดยเฉพาะบริเวณที่มืด การป้องกัน หาก ย้ายสิ่งของหรือเดินในที่มืด หรือเวลากลางคืน ต้องมีแสงสว่างพอและระวังเป็นพิเศษ ถ้าถูกสัตว์เหล่านี้กัดหรือต่อยควรรัด เหนือบริเวณแผลด้วยผ้าหรือสายยางให้แน่นแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที ควรคลายผ้าหรือสายยางที่รัดออกเป็นระยะๆ ทุก 10 นาที เพื่อให้เลือดไหลเวียนบ้าง

4. ภัยจากอุบัติเหตุ ที่พบบ่อยคือ ถูกวัตถุหรือของมีคมตำหรือบาด เช่นหนาม ตะปู เศษแก้วหรือกระเบื้อง ทำให้มีบาดแผลและอาจติดเชื้อแทรกซ้อนได้และอีกสาเหตุที่พบได้บ่อยตอนน้ำท่วม ก็คืออุบัติเหตุจากการถูกไฟฟ้าดูด เมื่อร่างกายเปียกน้ำหรืออยู่ในที่ชื้นแฉะกระแสไฟฟ้าสามารถไหลผ่านร่างกาย ได้ หากน้ำท่วมถึงสวิตซ์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า จะทำให้ได้รับอันตรายถูกไฟฟ้าดูดถึงเสียชีวิตได้ การป้องกัน ขณะ เดินในน้ำต้องระวังตัวอยู่เสมอ ถ้าเป็นไปได้ควรสวมรองเท้ายางหุ้มข้อ หากมีบาดแผลควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดเพื่อสิ่งสกปรกหรือวัตถุแปลกปลอมภายในบาด แผลออกให้มากที่สุด แล้วใส่แผลด้วยยาฆ่าเชื้อ กรณีไฟฟ้าดูด ให้ทำการตัดกระแสไฟฟ้าที่แผงสวิตซ์รวมก่อนและดำเนินการย้ายสวิตซ์ ปลั๊ก และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้พ้นจากระดับน้ำ ห้ามต่อสายไฟและจับต้องปลั๊กไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่อยู่ในน้ำหรือขณะที่ตัวเปียก

5. เลปโตสไปโรซิส หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อโรคฉี่หนู เป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความผิดปกติในการทำงานของตับและไต ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อที่น่องมาก ตาแดง ต่อมามีอาการตัวเหลือง และอาจบวมบริเวณหลังเท้าและหนังตา ติดต่อโดยเชื้อโรคที่ผ่านมากับปัสสาวะหนูที่อยู่ในน้ำแล้วไชเข้าสู่ผิวหนัง การป้องกัน เมื่อจะต้องย่ำน้ำควรสวมรองเท้ายางหุ้มข้อ กำจัดหนูที่เป็นพาหะนำโรค ถ้ามีอาการของโรคนี้ควรรีบไปพบแพทย์

6. โรคติดต่อทางเดินหายใจ ได้แก่ไข้หวัด ทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ ติดต่อโดยการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ในละอองน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วยเข้าไป หรือใช้สิ่งของภาชนะร่วมกับผู้ป่วย ผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลีย ตรากตรำและอยู่รวมกันอย่างแออัด จะมีโอกาสติดเชื้อและป่วยเป็นโรคนี้ได้ง่าย ผู้ป่วยมักจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย อาจมีอาการไอร่วมด้วย การป้องกันควรรักษาร่างกายให้แข็งแรงและอบอุ่นอยู่เสมอ ไม่สวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่เปียกชื้นนานเกินไป

7. โรคตาแดง เกิดจากน้ำที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่เข้าตา ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ มีอาการตาแดง ปวดแสบตา น้ำตาไหลมาก การป้องกัน เมื่อ น้ำสกปรกเข้าตา ควรรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดเนื่องจากเชื้อโรคจะอยู่ในน้ำตา ขี้ตาและน้ำมูกของผู้ป่วย จะต้องหลีกเลี่ยง การใช้ของใช้ที่อาจปนเปื้อนเชื้อร่วมกับผู้ป่วย เช่นผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน ผู้ป่วยควรรีบปรึกษาแพทย์

วัดม่วงพระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในโลก





วัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในโลก
หลังจาก พระพุทธรูปที่ตาลีบัน ถูกทำลายลงไป ความโด่งดัง ความยิ่งใหญ่ ในงานศิลปะพระพุทธรูป ก็ดูจะถูกบันทอน เราไม่เคยได้ยินงานบุญใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปขนาดใหญ่สักเท่าไร แต่ไม่น่าเชื่อว่า 25 ปีที่แล้ว หลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ อดีตเจ้าอาวาสวัดม่วง ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้คิดและตั้งมั่นที่จะสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่หน้าตัก 1 ไร่ 9 ตารางวา ใครจะไปเชื่อ!!! พร้อมๆ กับการก่อสร้างวัด ก็คือ การสร้างพระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ หลังจากสร้างตั้งแต่ปี 2526 จนถึงปี 2544 ใช้เงินไป 50 ล้านบาท แต่ก็ยังทำได้แค่ครึ่งองค์ เนื่องจากหลวงพ่อเกษม ได้มรณะภาพไป งานก็มาสะดุดลง ทิ้งโครงสร้างเอาไว้

แม้นเวลา จะเดินทางรวดเร็ว จนหลวงพ่อมรณะภาพไปแล้วก็ตาม แต่บุญครั้งนี้ได้ถูกสานต่อและสร้างจนแล้วเสร็จ งดงามอย่างหาที่ติมิได้ วัดหัวตะพาน จากเคยเป็นวัดร้างไป ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย พอกรุงแตกก็ถูกทิ้งรกร้าง แต่ก็มีพระ คือหลวงพ่อเกษม เดินทางมาบูรณะ และสร้างงานศิลปะให้พระพุทธศาสนา เริ่มจากโบสถ์ที่มีดอกบัวโอบอุ้มใหญ่ที่สุดในโลก วิหารเงิน(ที่ประดับด้วยกระจกสะท้อนทั้งหลัง สวนนรกภูมิ ที่สอนเตือนจิตใจให้กับประชาชนที่เดินทางมาทำบุญไม่ให้ประมาทในการดำเนิน ชีวิต และงานชิ้นสำคัญที่เริ่มทำ พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ งานศิลปะปูนปั้นใหญ่ที่สุดในโลก ปางมารวิชัย โดยมีหน้าตักกว้างถึง 67 เมตร(เข่าซ้ายถึงเข่าขวา) และสูงถึง 92 เมตร สร้างนานถึง 25 ปีเต็ม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้กับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์อุปถัมป์พุทธศาสนา

และต่อมา ทางกรมราชองค์รักษ์ โดยพล.อ ณพล บุญทับ ได้เป็นเจ้าภาพตั้งกองทุนเพื่อสานต่อความตั้งใจเดิมของหลวงพ่อเกษม ระดมเงินสร้างต่อ จนถึง 105 ล้านบาท เพื่อจะถวายเนื่องในวโรกาส 80 พรรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปลายปี การก่อสร้างได้สำเร็จลุล่วงถึง 90 เปอร์เซนต์ เหลือแต่ปูหินอ่อน ด้านฐาน และ เรือนรับเสด็จ


พระ พุทธมหานวมินทรฯ ถือเป็นสัญลักษณ์ในศาสนาพุทธที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในโลกก็ว่าได้ หากจะดูพระพักตร์ ต้องถอยออกจากฐานประมาณ 100 เมตร และถ้าจะเดินเวียนฐาน ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 3 นาที ในตัวองค์พระมีบรรไดขึ้นไปชมทัศนียภาพรอบวัด สามารถขึ้นไปได้ประมาณช่วงท้องเท่านั้น งานก่อสร้างใช้คนงานที่รับช่วงนานขนาดลูกที่เกิดมายังช่วยมาสร้างพระต่อ

พระแม่กวนอิม




คุณว่าทุกวันนี้แปลกไหม...


คุณว่าทุกวันนี้แปลกไหม...

1.ทำไมคนรวยถึงต้องมาบอกวิธีทำให้รวย...?

2.ทำไมคนจนถึงทำตามคนจนด้วยกันแล้วมันจะรวยขึ้นมาได้ไง...?

3.ทำไมคนจนไม่ไปถามวิธีทำให้รวยจากคนที่รวย...?

และนี่คือหนึ่งทางเลือกจากหนังสือพ่อรวยสอนลูกพูดถึง

นี่คือทางที่ทำให้คุณมีอิสรภาพทางการเงิน

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เหตุที่ทำให้คน 90 เปอร์เซ็นต์ ต้องประสบกับความล้มเหลวในชีวิต





เหตุที่ทำให้คน 90 เปอร์เซ็นต์
ต้องประสบกับความล้มเหลวในชีวิต
วันนี้ดิฉันมีบทความดีๆ ฝากไว้ให้คิดว่า
เหตุแห่งความล้มเหลวที่เกิดขึ้นจากความกลัวแล้ว มันยังมีอะไรอีกบ้างที่ทำให้คนส่วนใหญ่ถึงได้ล้มเหลวในชีวิต.................


สถาบัน คาร์เนกี้ อินสติติวท์ ออฟ เทคโนโลยี ได้วิเคราะห์จากข้อมูลที่ได้รับมาจากบุคคลต่างๆ มากกว่า 15,000 คน
และได้พบข้อสรุปว่า...15 เปอร์เซ็นต์ ของความสำเร็จที่เขาเหล่านั้นได้รับมา ขึ้นอยู่กับการที่ได้รับการอบรม ให้รู้จักกับเทคนิคต่างๆ
อีก 85 เปอร์เซ็นต์ ของความสำเร็จที่ได้รับมา ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านบุคลิกภาพ และกับความสามารถ ในการที่จะปรับตนเองให้กับบุคคลอื่น


เมื่อสถาบัน โวเคชั่น ไกดั๊นซ์ แห่ง มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด ได้ทำการวิเคราะห์จาก
ผู้ชายและผู้หญิง จำนวนนับพันคน ที่ถูกไล่ออกจากงาน
เขาได้พบว่า การที่คนเหล่านั้น ต้องสูญเสียงานที่ตนทำอยู่ไป
สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง เนื่องมาจากการที่ ไม่มีความสามารถที่จะทำในหน้าที่นั้นๆ ได้
และอีกสาเหตุ ก็เนื่องมาจากความล้มเหลว เพราะไม่ สามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้


ในรายงานของ ดร. อัลเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด วิกกัม ได้กล่าวไว้ว่า.....
“ในจำนวนบุคคลที่ต้องถูกไล่ออกจากงาน จำนวน 4,000 คน (ต่อ 1 ปี) มีเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือ 400 คนเท่านั้น ที่ต้องสูญเสียงานของตนไป เนื่องจาก ไม่มีความสามารถที่จะทำงานนั้นๆ อีก 90 เปอร์เซ็นต์ หรือ 3,600 คน ต้องเสียงานเพราะว่า เขาไม่สามารถ จะพัฒนาบุคลิกภาพของตน ในการที่จะปรับตัวเอง ให้เข้ากับบุคคลอื่นได้อย่างประสบความสำเร็จ”



ความสำเร็จและความสุขนั้นมาจากไหน............................................
ขอให้คุณกวาดสายตามองไปรอบๆตัวคุณ และจงถามตัวเองว่า...............
บุคคลที่ประสบความสำเร็จ ที่คุณรู้จักนั้น ส่วนมากเพราะเนื่องมาจากที่เขามีความปรีชาสามารถ มีความเชี่ยวชาญในการทำงาน เช่นนั้นหรือ?


หรือว่า บุคคลที่มีความสุขอย่างยิ่ง สามารถจะหาความสุขให้กับตนเอง ในทุกรูปแบบนั้น เนื่องจากเขามีความฉลาดเฉลียว ยิ่งกว่าบางคน ที่เรารู้จัก เช่นนั้นหรือ?


ถ้าคุณจะหยุด และใช้ความคิดในเรื่องนี้สักชั่วนาที มันก็มีโอกาส ที่จะกล่าวได้ว่า....
บุคคลผู้ที่ประสบความสำเร็จ และประสบความสุขอย่างมากมายในชีวิตเหล่านั้น
คือบุคคลที่มี “วิธีการ” ในการที่จะปรับตัวเองให้เข้ากับคนอื่นๆ ได้อย่างดีนั่นเอง


ชมวิธีการเข้าหาผู้มุ่งหวังได้ง่ายๆ ด้วยระบบASMที่นี่ ที่เดียว




แด่ความสำเร็จ

Thongchanh Phonthachack

Network business Consultand

Tel: 856 020 55670662