ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

ทำไม ต้องเป็นธุรกิจเครือข่าย, ทำไมต้องทำธุรกิจ, ข้อดีของระบบธุรกิจเครือข่าย, ความฝันของคุณคืออะไร?

"ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายจะเป็นธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ เราสร้างความมั่งคั่งได้ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เสี่ยงน้อยกว่าและรวดเร็วกว่าเส้นทางแบบเดิมที่เขาเองเคยเดินผ่านมาหลายเท่า นัก คนที่รวยที่สุดในโลกมองหาวิธีการสร้างเครือข่ายในขณะที่คนอื่นๆ ทั่วไปมองหางานประจำทำเป็นอาชีพหลัก"
Robert T. Kiyosaki
ทำไม คนที่รวยที่สุดคนหนึ่งของโลก อย่างคุณ Robert T.Kiyosaki ถึงได้พูดเช่นนั้น ? เราลองมาดู เหตุผล กันนะครับ ว่าจริงหรือไม่ ที่่ธุรกิจเครือข่ายนั้นเป็น โอกาสดีี่ที่สุด ในการลงทุน
ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนนั้น ทุกคน ต่างถูกจำกัด ด้วยสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวันของเราใช่ใหมครับ ?
ทำให้เราแต่ละคนนั้น มีหน้าที่การงาน และภาระความรับผิดชอบที่ต่างกันไป
เช่น คนที่ยังอยู่ในวัยเรียน ก็ต้องมุ่งมั่นที่จะเรียนเพื่อหาความรู้ เพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีที่สุดในการใ้ช้ชีวิต
คนที่ทำงานแล้ว ก็ต้องมุ่งมั่น ในงานของตัวเอง เพื่อให้ตัวเองก้าวหน้า และเพื่อให้มีรายได้ ที่มั่นคงพอ ที่จะเลี้ยง
ครอบครัวของเรา เพื่อทำให้คนที่เรารักและคนที่รักเรา มีความสุข
ดังนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีงาน ที่สามารถเติบเต็มความสุขให้แก่ตัวเอง และคนที่เรารักได้ .. ใช่ใหมครับ ?
คำถามของคุณ Robert T.Kiyosaki ก็คือ ?
งานที่คุณทำอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ตอบโจทย์ ของคำว่า อิสภาพทางการเงิน และเวลา ให้แก่คุณ แล้วหรือยัง ..
เพราะในความเป็นจริงแล้ว เราทุกคนต่างถูกจำกัด ด้วยสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น
ทางด้าน ครอบครัว อายุ การศึกษา เพศ หรือ แม้แต่ที่อยู่อาศัย ใช่ใหมครับ ?ทั้งหมดที่ผมพูดมานี้ ล้วนแล้วแต่มี
ผลต่อการตัดสินใจ ในการทำงานของเรา ทั้งสิ้น ซึ่งจากสภาพปัจจัยสิ่งแวดล้อมภายนอก กับ องค์ประกอบภายใน
ตัวของเรานี้เอง ทำให้เรา "เลือก" งาน บางอย่าง มาเป็นอาชีพหลักของเรา ใช่ใหมครับ ..
แล้วงานอะไรละ ที่เราจะตอบโจทย์ ชีวิต คำว่า อิสภาพ ทางการเงิน และเวลา ให้แก่ตัวเอง ได้ ?
คุณ Robert T.Kiyosaki ได้ให้เหตุผลประกอบว่า หากเราจะแบ่งธรรมชาติ ของ งาน ที่ทุกคนบนโลกทำอยู่นี้
เราอาจแบ่ง งาน ออกได้ เป็น4ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ
1 E (Employee) - ลูกจ้าง = คนที่รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน
2 S (Self-employed) - ทำธุรกิจส่วนตัว = เป็นเจ้านายตัวเอง แต่ วันใหนหยุดงาน ก็ไม่มีรายได้
3 B (Business Owner) - เจ้าของธุรกิจ = ธุรกิจที่ดำเนินไปได้ด้วยตัวของมัน แม้ว่าเราไม่ทำก็ยังคงมีรายได้
4 I (Investor) - นักลงทุน = คนที่เห็นโอกาสทางธุรกิจ แล้วใช้เงินทำงาน ด้วยการ ลงทุน เพื่อให้ได้ผลกำไร 

ทั้งหมดนี้ คุณ Robert T.Kiyosak เรียกมันว่าแนวคิด : เงิน4ด้าน ครับ
ในอนาคตข้างหน้า อีก 5ปี 10 ปี ของคุณ คุณจะสามารถเกษียณ ตัวเองได้หรือไม่ หรือ คุณต้องการ
ทำงานหนัก ทั้งชีวิตของคุณ ถ้าคุณไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียแต่วันนี้
ทำไมต้องทำธุรกิจ
ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ มานะคน" คุณจะคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลง...
หรือคุณจะปล่อยให้การเปลี่ยนแปลงฉวยโอกาสไปจากคุณ"
คุณโรเบิร์ต ผู้เขียนหนังสือพ่อรวยสอนลูก กล่าวว่า....
การศึกษาเรียนรู้มี 3 แบบคือ
1. การเรียนรู้ทางวิชาการ
2. การเรียนรู้ทางวิชาชีพ
3 .การเรียนรู้ทางด้านการเงิน
การเรียนรู้ทางวิชาการและวิชาชีพ ไม่ได้สร้างความร่ำรวยให้กับเรา แต่สามารถให้เรามีงานทำ ทำงานเพื่อเจ้าของกิจการ
การเรียนรู้ทางด้านการเงิน สามารถให้เราสร้างความร่ำรวยได้
ทัศนคติที่แตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจน

คนจน มักคิดว่า ฉันคงทำไม่ได้หรอก คนรวย จะคิดว่า ฉันจะทำมันได้อย่างไร
นี่คือโอกาสของคุณที่จะหลุดพ้นจากกรอบ
กรอบของการไม่มีเวลาว่าง
กรอบของการไม่มีเงินพอ
กรอบของการเป็นลูกจ้างข้อดีของระบบธุรกิจเครือข่าย
1. คือ Win – Win Business (ธุรกิจที่ชนะชนะ ) เมื่อคนที่ท่านแนะนำธุรกิจ (ลูกทีมของท่าน) สำเร็จท่านในฐานะผู้แนะนำจึงจะสำเร็จด้วย
2. คือ No – Risk Business (ธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยง) ด้วยขนาดเงินลงทุนต่ำ แต่ใช้สัมพันธภาพสูง ใช้เวลาพอควร ท่านไม่ต้องลงทุนสร้างทรัพย์สิน อาคาร, อุปกรณ์, ที่ดิน (บนกองหนี้สินหรือเงินเรา) แต่ท่านกำลังสร้าง ทรัพย์สินคือ เครือข่ายประชากร (People Assets) ที่ผูกโยงกันด้วยสัมพันธภาพ และได้ผลตอบแทนจากทรัพย์สินบนบันทึกข้อตกลง ผลประโยชน์ร่วมกัน ! และผลตอบแทนนี้ได้มาจาก ผลรวมของทั้งเครือข่าย บางคนเรียกผลตอบแทนนี้ว่า Passive Income
(รายได้ที่ไม่ต้องลงแรงด้วยตนเอง แม้ว่าคุณจะหยุดทำงาน แต่รายได้ ของคุณยัง เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลา)
3. เป็นธุรกิจที่ท่านสามารถเลือกเวลาทำงานตามใจปรารถนา ไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน 8.00 น. ไม่ต้องตอกบัตรออกงาน 17.00 น. ไม่ต้องยื่นใบลากิจ, ลาพักร้อนกับใคร นอกจากขออนุญาติตัวเอง! เป็นเจ้านายงานในเวลาของตนเอง (Time Freedom) นั่นคือมีอิสระภาพทางเวลา!!!
4. เป็นธุรกิจที่กำลังอยู่ในทิศทางใหม่ของโลก เพื่อให้ท่านได้มีเวลา อยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น (Home Based Business) เพราะ ธุรกิจนี้ทำบนโต๊ะอาหารภายในบ้านของท่าน และบ้านของคนใน เครือข่ายได้
5. เป็นระบบที่เสริมสร้างโอกาสให้ ได้ร่วมทำงานกับ คนหลากหลาย อาชีพ, หลากหลายประสบการณ์, หลากหลายวัฒนธรรม (Multi Experience – Multi Profession – Multi culture) บนความเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นเจ้านาย – ลูกน้อง
ทุกคน คือ สมาชิกอิสระ
(Distributor) ภายในระบบธุรกิจมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ในวิชาชีพ
องค์ความรู้ในผลิตภัณฑ์ จิตวิญญาณที่ปลุกพลังแห่งความสำเร็จ ลงไปเป็นชั้น ๆ ต่อ ๆ กัน ไม่รู้จบ
6. เป็นธุรกิจที่ต่อเชื่อมท่านเข้ากับธุรกิจข้ามชาติระดับโลก ท่านไม่ต้องสร้างระบบใหม่ ด้วยตนเอง แต่ดำเนินตาม, ปฏิบัติตามแบบแผน ธุรกิจ (Business – format) ที่วางไว้อย่างดีเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก (บางคนเรียกว่าเครือข่ายของแฟรนไชส์ ระดับเล็กๆ หรือระดับบุคคล มาผูกโยงเชื่อมกัน (Network of Micro or Personal Franchisee) แต่ไม่ต้องจ่ายค่ารอยัลตี้ (Royalty fee) ใดๆ เลย
7. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่มีผลกำไรงอกเงย ขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง/วัน ตลอด 365 วัน/ปี แม้ท่านเองจะหยุดพักผ่อน, หยุดพักร้อน เพราะเวลาทำงานภายในเครือข่ายของท่าน อาจอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง
ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในขณะที่ท่านนอนหลับ
ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในขณะที่ท่านหยุดพักร้อน
8. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่ผลงานแห่ง ความพากเพียร ของท่าน วันละ 2 ชั่วโมง สามารถทวีคูณไปเป็น วันละ 2,000 ชั่วโมง, 20,000 ชั่วโมง…. แปรผันตามความใหญ่โตของ เครือข่ายของท่าน
และ เมื่อท่านสามารถสร้างสินทรัพย์ (People Assets) เครือข่ายอย่างมีคุณภาพ ท่านก็สามารถทำงาน เต็มที่เพียง 3 – 5 ปี เพื่อรับบำนาญติดต่อกันไปตลอดชีวิต
- หาก ท่านเป็นลูกจ้าง (Employee) มีรายได้จาก เงินเดือนเป็นหลัก ท่านอาจต้องทำงาน 35 ปี (60-25) เพื่อรอกินบำนาญเพียงเล็กน้อยต่อไป 5-15 ปี (หลังอายุ 60ปี)
- หากท่านเริ่มงานด้วยเงินเดือนเริ่มต้น เดือนละ 7,000 บาท และโชคดีเงินเดือนของท่าน ได้รับการปรับเพิ่มทุกๆ ปีๆ ละ 5-10% เมื่อทำงานติดต่อกันถึง 35 ปีท่านจะได้รับเงินจากผลงานทั้งชีวิต (420 เดือน)รวมประมาณ 7 ล้านบาท
แต่ท่านทราบไหม? ว่า เงิน 7 ล้านบาทนี้ ท่านอาจสร้างขึ้นได้จากธุรกิจระบบเครือข่าย ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี หรือไม่ถึง 5 ปี
(หากครบองค์ 5 : บริษัทมั่นคง, ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี แผนธุรกิจดี, แนวโน้มเศรษฐกิจเอื้ออำนวย, อยู่ในเวลาและโอกาสอันเหมาะสม)
ความฝันของผมคือ........? ความฝันของฉันคือ........? ความฝันของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน บางคนอยากได้บ้านที่มีเนื้อที่เยอะๆ อยากได้รถที่สวยๆ ที่แพงๆอยากได้ที่ดิน อยากเป็นคนรวย อยากเป็นเศรษฐี ซึ่งแต่ละอย่าง ถ้าใช้พลังขับเคลื่อนความฝันให้เป็น เราจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน การมีเป้าหมายที่ชัดเจนนั้นจะก่อให้เกิดมีพลังขับเคลื่อนความฝันของเรา การมีเป้าหมายที่ชัดเจนตลอดเวลาจะทำให้เราลืมเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เป็น อุปสรรคได้ง่าย แต่ถ้าเรานึกถึงแต่อุปสรรค มันก็ทำให้เป้าหมายเราไม่ชัดเจน พลังขับเคลื่อนความฝันเราก็ลดลง มันก็จะทำให้ความฝันของเรานั้นไม่เป็นจริง
หลายคนก็ได้ประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน และมีความมุ่งมั่นที่จะลงมือทำอย่างจริงจัง แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่า นั่นคือ การเริ่มต้นลงมือทำ...นั่นเอง
*
ในอดีต ชีวิตคุณเป็นอย่างไร พอใจ กับชีวิตที่ผ่านมาหรือไม่ ?
*
ความ ฝันกับความเป็นจริง (รายได้) ในปัจจุบัน เกิดความสมดุลหรือไม่?
จะต้องลดความฝัน อยู่แบบขาดแคลน ไม่สนองต่อความฝันที่ต้องการ หรือ หาวิธีที่จะเพิ่มรายได้ เพื่อก้าวไปให้ความฝันที่เป็นจริง ในปัจจุบัน
รายได้ของคุณมาจากส่วนใดบ้าง? ตอบสนองกับชีวิตได้หรือไม่
*
อาชีพในปัจจุบันของคุณ เป็นเส้นทางสู่สิ่งที่คุณต้องการหรือไม่ ?
*
อีก 2-5 ปี คุณอยาก มีรายได้หลักของคุณมาจากด้านไหน ?
*ถ้ามีโครงการดีๆที่จะทำให้คุณเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ ภายใน 6 เดือน....คุณพร้อมหรือไม่?
นี่ คือ.....การทำธุรกิจ.... การทำธุรกิจนั่นกำลังจะบอกคุณว่า เป็นการทำรายได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง......ธุรกิจเป้นสิ่งที่จะทำให้คุณรวยได้
แล้วธุรกิจอะไร? ที่จะเหมาะสมกับตัวเราที่สุด เราก็จะต้องมาเปรียบเทียบว่าเราอยากทำธุรกิจแบบไหน?
ທອງຈັນ ພົນທະຈັກ
ທີ່ປຶກສາທຸລະກິດເຄືອຂ່າຍ
Email: khamla2011@gmail.com
 
 

ทำไมต้อง ธุรกิจหมอเส็ง ? Morseng Lao LuangPrabang Call 85620 22380244

ท่านที่เข้ามาอ่านที่หน้านี้ คงกำลังหาข้อมูลของธุรกิจหมอเส็งอยู่เป็นแน่แท้และแน่นอนว่า เป็นธุรกิจหมอเส็งเป็นธุรกิจที่ครอบครับผมก็ร่วมกันทำอยู่มาได้สักระยะ คือ ประมาณ 5 ปีแล้วครับ ในวันนี้ผมจะมาวิเคราะห์และอธิบายให้ท่านได้เข้าใจว่า ทำไมต้อง ธุรกิจหมอเส็ง ? ในเมื่อธุรกิจเครือข่ายหรือธุรกิจ MLM มีอยู่มากมายหลายบริษัท ทำไมสุดท้ายแล้วท่
านจึงควรเลือกหมอเส็งเป็นคำตอบสุดท้ายครับ

บอกไว้ก่อนเลยว่า ผมไม่ได้มาโฆษณาแผนการตลาดที่ทำให้คนรวยเร็ว ภายในเวลาเท่านั้นเท่านี้นะครับ สิ่งที่ผมกำลังจะบอกให้ท่านทราบต่อไปนี้ เป็นข้อเท็จจริงผสมกับความคิดเห็นของผมครับ ท่านไม่มีความจำเป็นต้องเชื่อผมก็ได้ครับ แต่อยากจะเชิญให้ท่านลองเข้ามาสัมผัสและพิสูจน์ด้วยตนเองจะดีกว่า มาดูกันเลยครับว่า ทำไมต้อง ธุรกิจหมอเส็ง ?

1. ธุรกิจหมอเส็ง มีผลิตภัณฑ์ที่ไร้คู่แข่งขัน ผมไม่ได้พูดเกินจริงไปหรอกนะครับ จากประสบการณ์ของผมเอง พบว่าผลิตภัณฑ์หมอเส็งหรือยาหมอเส็งมีคู่แข่งในท้องตลาดก็จริงอยู่ แต่ผลที่ได้จากการใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นกับผลิตภัณฑ์หมอเส็งต่างกันครับ บ่อยครั้งที่ผมมักจะได้สมาชิกที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของที่อื่นมา แล้วไม่ค่อยได้ผลเป็นที่พอใจ ก็เลยหันมาสนใจในตัวผลิตภัณฑ์หมอเส็งแทน และพอได้ทดลองใช้แล้วได้ผลเป็นที่พอใจ ก็มักจะผันตัวมาเป็นตัวแทนจำหน่ายเหมือนกับผมและครอบครัวครับ

2. ธุรกิจหมอเส็ง เป็นธุรกิจเครือข่ายที่ไม่ต้องรักษายอด โดยส่วนใหญ่แล้ว แผนการตลาดของธุรกิจเครือข่ายของหลายบริษัท (คาดว่า 80%) มักจะต้องมีการบังคับให้สมาชิกที่ทำธุรกิจ ต้องมีการรักษายอดขายครับ ซึ่งผมคิดว่าที่บริษัทแต่ละแห่ง เค้าบังคับให้สมาชิกต้องรักษายอดก็เพื่อผลกำไรที่มากที่สุดของบริษัทเองครับ ถ้าใครอยากทำธุรกิจก็ต้องยอมรับในจุดนี้ให้ได้ และด้วยเหตุผลนี้เอง มักจะทำให้เกิดเรื่องน่าเศร้าของผู้ที่ทำธุรกิจเครือข่ายไม่เป็น หรือถูกอัพไลน์สอนแบบผิดๆว่า เพื่อรักษายอด เพื่อรักษาคะแนน ท่านจำเป็นต้องซื้อสินค้ามากักตุนไว้นะ เอาไว้ขายทีหลัง สินค้าดีอยู่แล้วขายได้แน่นอน และสุดท้ายมักจะจบลงด้วยการปล่อยสินค้าไม่ได้ นั่นหมายถึง เงินลงทุนที่สูญเปล่าและการเป็นหนี้อีกมากมายครับ

“ธุรกิจหมอเส็งไม่ต้องรักษายอด”

ธุรกิจหมอเส็งกลับตรงกันข้ามครับ เพราะไม่ต้องมีการรักษายอดอะไรทั้งนั้น ท่านทำได้เท่าไหร่ ถึงสิ้นเดือนบริษัทก็เก็บไว้ให้ จนกระทั่งท่านทำคะแนนหรือยอดขายได้ถึงตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดไว้ ก็ได้เป็นค่าคอมมิสชั่นออกมา ไม่ต้องควักกระเป๋าซื้อสินค้ามาตุน เพื่อร้กษายอด ไม่ต้องหาเงินมาปิดยอดกันให้เป็นหนึ้เป็นสินครับ

3. ธุรกิจหมอเส็งจ่ายแบบลึกไม่จำกัดระดับชั้น ถ้าท่านมีความเข้าใจเรื่องเครือข่ายอยู่แล้ว เพียงผมบอกว่าจ่ายแบบลึกไม่จำกัดระดับชั้น ท่านก็คงเข้าใจกันทุกคน แต่ในกรณีของผู้ที่ไม่เคยทราบมาก่อน ผมจะอธิบายให้ท่านเข้าใจแบบง่ายๆ ดังนี้ครับ

จ่ายผลประโยชน์แบบจำกัดระดับชั้น

สมมุติว่า บริษัท A เป็นบริษัทที่แผนการตลาดเป็น MLM จำกัด 20 ชั้น หมายความว่า หากตัวเราเป็นนักธุรกิจในบริษัท A แล้วทำการสร้างครือข่าย จนมีดาวไลน์หรือทีมงานของเราเอง เราจะได้ผลประโยชน์จากการทำงานและซื้อสินค้าของดาวไลน์เราจากชั้นที่ 1 – 20 เท่านั้น ถึงแม้ว่าเราจะมีดาวไลน์เป็น 100 ชั้น ก็จะถูกจำกัดเรื่องผลประโยชน์เพียง 20 ชั้นครับ

จ่ายผลประโยชน์แบบไม่จำกัดระดับชั้น

แต่ของหมอเส็งจ่ายลึกแบบไม่จำกัดระดับชั้น หมายความว่า ผลประโยชน์จากการทำงานหรือการซื้อสินค้าของดาวน์ไลน์ของเราทุกคน ย่อมส่งผลถึงเรา พูดง่ายๆคือ ดาวไลน์ของเราไม่ว่ามาจากชั้นไหนซื้อสินค้าหรือทำงานจนได้คะแนน เราก็จะได้คะแนนไปด้วย เช่น ถ้าเรามีดาวไลน์ทั้งหมด 100 ชั้น เรามีสิทธิ์ที่จะได้รับผลประโยชน์จากคนที่อยู่ใต้เราทั้ง 100 ชั้นนั่นเอง

4. ธุรกิจหมอเส็ง ลงทุนน้อย บอกว่าลงทุนน้อย เท่าไหร่ ? 500 บาท ครับ แต่ 500 บาทที่จ่ายไปไม่ใช่จะเป็นเพียงค่าสมัครเฉยๆ ท่านจะได้รับยาขนาดทดลองมูลค่า 750 บาท ฟรี 1 ขวด ให้ลองไปรับประทานดูครับ

5. ธุรกิจหมอเส็ง ไม่จำกัดวิธีการในการทำตลาด คำว่าทำตลาด หมายถึง การทำโฆษณาและการสร้างลูกค้าครับ หลายๆบริษัทเค้าจะมีข้อจำกัดในด้านนี้อยู่ค่อนข้างมาก เช่น บริษัท A ห้ามนำสินค้าไปลงโฆษณาผ่านทางอินเตอร์เนต แต่ของหมอเส็งลงเนตได้ เป็นต้น แต่ในหมอเส็ง เราเปิดเสรีให้ท่านเลือกวิธีการทำงานได้ตามใจชอบ โดยมิได้จำกัดเรื่องแนวความคิดและวิธีการครับ ขอเพียงแต่ให้อยู่ในกรอบของกฎระเบียบบริษัทและกฎหมายเท่านั้นเอง

6. ธุรกิจหมอเส็ง จ่ายเงินให้รายวัน ถ้าสมาชิกทำยอดได้ตามเงื่อนไขของแผนการตลาด วันรุ่งขึ้นเงินค่าคอมมิสชั่นจะถูกโอนเข้าบัญชีของสมาชิกท่านนั้น ไม่ต้องรอจนสิ้นเดือนครับ โดยจะจ่ายให้วันละ 1,000 – 20,000 บาท ต่อรหัส และในความเป็นจริงแล้วธุรกิจหมอเส็งเปิดโอกาสให้เรามีรหัสในเครือข่ายได้มากกว่า 1 รหัส นั่นหมายความว่า ถ้าเราสร้างเครือข่ายได้ใหญ่โตมากพอ และเรามีรหัสมากกว่า 1 รหัส เรามีโอกาสที่จะทำเงินต่อวัน ได้มากกว่า 20,000 บาทครับ

“ธุรกิจหมอเส็งจ่ายผลตอบแทนรายวัน”

7. ธุรกิจหมอเส็ง มีเจ้าของเป็นคนไทย ส่วนหนึ่งที่ผมตัดสินใจเข้ามาทำหมอเส็ง เพราะว่าธุรกิจนี้เป็นของคนไทย ครับ ซึ่งมีชื่อ เป็นทางการว่า บริษัท แสงสุริยะฉัตร 2002 จำกัด โดยมีประธานบริษัท คือ คุณหมอเส็ง (ฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร) อีกทั้งเป็นเจ้าของทั้งสวนสมุนไพร โรงงานผลิตยาสมุนไพรหมอเส็งอีกด้วยครับ โดยผมมองว่า ประเทศไทยของเรามีของดีมีคุณค่า และใช้ได้ผลดีไม่แพ้ยาฝรั่ง ในฐานะที่เราเป็นคนไทย เราควรจะช่วยกันสนับสนุนและเผยแพร่ยาหมอเส็งออกไปสู่สายตาชาวโลก และช่วยกันสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยของเราครับ

มีความเห็นหรือมีคำถามอะไรเชิญได้ที่ส่วนแสดงความคิดเห็นนะครับ และถ้าชอบบทความนี้กรุณากดบวกให้ด้วยนะครับ
 

ເພື່ອນຢ້ານຂາຍຕົງ



ຖ້າ​ເຮົາ​ໜັ້ນ​ໃຈ​ວ່າ​ເຮົາ​ວາງ​ຕົວ​ດີ ກໍ່​ຢ່າ​ຢ້ານ​ຈົນ​ເກີນ​ໄປ ພະຍາຍາມ​ທຳ​ໃຫ້​ວິຖີ​ຊີວິດ​ຂອ​ງ​ເຮົາ​ເຫມືອນ​ເດີມ​ໃຫ້​ຫລາຍ​ທີ່​ສຸດ ​ເຮົາ​ພຽງ​ແຕ່​ເຫລົ່າ​ເລື້ອງ​ຊີວິດ​ປະຈຳ​ວັນ​ທີ່​ປ່ຽນ​ແປງ ຄວາມ​ສຸກ​ທີ່​ໄດ້​ຮັບ​ຈາກ​ການ​ໃຊ້​ສີນ​ຄ້າ​ກ່ອນ ຢ່າ​ໄປ​ປະກາດ​ວ່າ ນັບ​​ແຕ່​ວັນ​ນີ້ ຂ້ອຍ​ເປັນ​ນັກທຸລະກິດ​ຫມໍ​ເສັງ ທຸ​ກຄົນ​ຈະ​ຢ້ານ​ໄປ​ຫມົດ ທຸຸກຄົນ​ອາດ​ຈະ​ເບີ່​ງຈາ​ກປະສົບ​ການ​ເກົ່າ​ທີ່​ໄດ້​ຮັບ​ມາ ຄົນ​ທີ່​ທຳ​ທຸລະ​ກິດ​ປະ​ເພດ​ນີ້​ຈະ​ຕ້ອງ​ມາ​ຕື້​ເຮົາ​ເຂົ້າ​ແລ້ວ ຈະ​ຕ້ອງ​ມາ​ບັງຄັບ​ເຮົາ​​ເຂົ້າ​ແລ້ວ ຈະ​ຕ້ອງ​ມາ​ຢັດຢຽດ​ສີນ​ຄ້າ​ໃຫ້​ເຮົາ​ແລ້ວ ​ແລ້ວ​ທຸກ​ຄົນ​ກໍ່​ຈະ​ຢ້ານ​ກົວ​ທີ່​ຈະ​ພົບ​ເຮົາ ​ເພ​າະສະ​ນັ້ນ​ໃຫ້​ທຳ​ຕົວ​ສະບາຍໆ ​ເລີ້ມ​ຈາກ​ເພື່ອນ​ສະ​ນິດ ດີ​ແລ້ວ​​ແຫລະ ​ໃຫ້​ເລີ້ມ​ຕົ້ນ​ຈາກ​ຜະລິດ​ຕະພັນ​ທີ່​ເຮົາ​ໃຊ້​ເອງ​ແລະມັກ​ກ່ອນ. ຢ່າ​ກົດ​ດັນ ວິທີ​ການ​ງ່າຍໆ ​ເລີ້ມ​ຕົ້ນ​ຄົນ​ສະ​ນິດ​ກັນ​ຮັກ​ກັນ ​ຄົນ​ທີ່​ເຂົາ​ມັກ​ເຮົາ ​ແລ້ວ​ກໍ່​ເຫລົ່າ​ໃຫ້​ເຂົາ​ຟັງ ວ່າ​ເຮົາ​ໃຊ້​ຕົວ​ນີ້​ແລ້ວ​ດີ​ຂື້ນ ​ແຕ່​ເຮົາ​ຈະ​ຕ້ອງ​ເບີ່​ງດີ​ຂື້ນ​​ເດີ ຂ້ອຍ​ຂ້ອນ​ຂ້າງ​ໜັ້ນ​ໃຈ​ຄົນ​ທີ່​ໃຊ້​ສີນ​ຄ້າ​ຫມໍ​ເສັງ ​ແລະ​ຕັ້ງ​ໃຈ​ຈະ​ເບີ່​ງ​ແຍງ​ຕົວ​ເອງ​ໃຫ້​ດີ​ຈິງໆ ຈະ​ມີ​ຄວາມ​ປ່ຽນ​ແປງ​ທີ່​ເພື່ອນໆ​ຈະ​ທັກ​ຂື້ນ ​ເລີ້ມ​ຕົ້ນ​ຈາກ​ເຮົາ​ເບີ່​ງ​ແຍງ​ຕົວ​ເອງ ​ເບີ່​ງ​ແຍງ​ສຸຂະ​ພາບ​ຕົວ​ເອງ ຜີວພັນ​ຂອງ​ຕົວ​ເອງ ​ແມ້ກະທັ້ງຫັດ​ຮຽນ​ຮູ້​ທີ່​ຈະ​ແຕ່ງ​ໜ້າ​ໃຫ້​ເປັນ​ທຳ​ມະ​ຊາດ ​ແລ້ວ​ກໍ່​ສວຍ​ຂື້ນ​ແບບ​ເປັນ​ທຳ​ມະ​ຊາດ ຈະ​ຕ້ອງ​ມີ​ຄຳ​ທັກ​ຈາກ​ເພື່ອນ​ແນ່ນອນ ​ແລະ​ຄຳ​ທັກ​ນີ້ ຈະ​ຖື​ວ່າ​ເພື່ອນ​ເປັນ​ຄົນ​ເປີດ​ປະ​ເດັນ ຊື່​ງ​ດີກ​ວ່າ​ຕົວ​ເຮົາ​ເປັນ​ຄົນ​ເປີດ​ປະ​ເດັນ ມັນ​ຢູ່​ທີ່​ການ​ປ່ຽນ​ແປງ​ຈາກ​ຕົວ​ເຮົາ ​ເຂົາ​ຈະ​ຖາມ​ເຮົາ​ວ່າ​ໄປ​ເຮັດ​ຫຍັງມາ​ຄື​ວ່າ​ສວຍ​ຂື້ນ ຄົນ​ເຮົາ​ພຽງ​ແຕ່​ລຸກ​ຂື້ນ​ມາ​ເບີ່​ງ​ແຍງ​ຕົວ​ເອງ ພາຍ​ໃນ ອາທິດ ສອງ​ອາທິດ ​ເຮັດ​ຊົງ​ຜົມ​ໃຫມ່ ປັບ​ໃຫ້​ເບີ່​ງທັນ​ສະ​ໄຫມ​ຂື້ນ ​ແຕ່ງ​ຕົວ​ໃຫ້​ເບີ່​ງທັນ​ສະ​ໄຫມ​ຂື້ນ ​ເບີ່​ງ​ແຍງ​ຮູບ​ຮ່າງ​ໃຫ້​ເບີ່​ງດີ​ຂື້ນ​ກະ​ຊັບ​ຊື້​ນ ອອກກຳລັງ​ກາຍ ກິນຜະລິດ​ຕະພັນ​ເສີມ​ອາຫານ​ທີ່​ດີ ລອງ​ເປັນ​ຄົນ​ຫັດ​ແຕ່ງ​ໜ້າ ຢ່າງ​ປາ​ນີດ ​ໃຫ້​ເປັນ​ທຳ​ມະ​ຊາດ​ດ້ວຍ​ມຸກ​ທອງ ​ໃສ່​ໃຈ​ສຸຂະພາບ​ຕົວ​ເອງ ພຽງ​ເທົ່າ​ນີ້ ທານ​ຢາ​ຫມໍ​ເສັງ​ດ້ວຍ​ຄວາມ​ຮັກ ມີ​ກຳລັງ​ໃຈ​ໃຫ້​ຕົວ​ເອງ ​ແລ້ວ​ເພື່ອນ​ຈະ​ຝາກ​ຊື້​​ເອງ ຈິງ​ໆ​ແລ້​ວຜະລິດ​ຕະພັນ​ຂອງ​ຫມໍ​ເສັງ​ເປັນ​ທີ່​ຮູ້ຈັກ​ຂອງ​ຄົນ​ລາວ ​ແລະ ​ໄທ​ມາ​ນານ ​ແຕ່​ວ່າ​ມັນ​ຫາ​ຊື້​ຢາກ ​ເປັນຫຍັງ​ບໍ່​ຂາຍ​ທີ່​ຕະຫລາດ ​​ເຮົາ​ກໍ່​ອະທິບາຍ​​ໃຫ້​ເຂົາ​ຟັງ ​ເຮົາ​​ເປັນ​ທຸລະ​ກິດ​ເຄືອ​ຂ່າຍ ​ເພາະສະ​ນັ້ນ​ສີນ​ຄ້າ​ຂອງ​ເຮົາ​ເປັນ​ທີ່​ຮູ້ຈັກ ມີ​ຄົນ​ເຄີຍ​ໃຊ້​ແລ້ວ​ມັກ ​ເພາະສະ​ນັ້ນ​ທ່ານ​ຢ່າ​ກັງ​ວົນ​ໃນ​ປະ​ເດັນ​ນີ້ ນະໂຍບາຍຂອງຫມໍເສັງເອງ ເຮົາກໍ່ໍບໍ່ພັກດັນທ່ານໄປກົດດັນເພື່ອນຢູ່ແລ້ວ ຢາກໃຫ້ທ່ານຢູ່ໃນສັງຄົມເດີມ ດ້ວຍຄວາມສຸກ ດ້ວຍຄວາມສະບາຍໃຈດີກວ່າ ຄືເວົ້າມາແນະນຳໃຫ້ປັບຕົວເອງນ້ອຍນື່ງ ແລ້ວກໍ່ເຫລົ່າເລື້ອງຈິງໃຫ້ເພື່ອນຟັງ ທ່ານກໍ່ຈະຝາກຊື້ເອງ ຖ້າຄົນເຂົາລອງໃຊ້ສີນຄ້າແລ້ວ ທຸລະກິດຈາກທຳມະຊາດ ຖ້າເກີດຈາກການມັກສີນຄ້າກ່ອນ ບໍ່ຍາກເລີຍ ເຮົາຈະໄດ້ປະໂຫຍດທັ້ງສອງຝ່າຍ ຕົວເຮົາກໍ່ໄດ້ປະໂຫຍດ ເພື່ອນທີ່ຟັງເຮົາກໍ່ໄດ້ປະໂຫຍດໄປດ້ວຍ ອີກຈຸດນື່ງ ຖ້າເພື່ອນໃຊ້ແລ້ວມັກຈິງໆນີ້ ເຮົາຄ່ອຍໆໃຫ້ເຂົາເຫັນທຸລະກິດ ແບບທີ່ບໍ່ເປັນທຸລະກິດກ່ອນ ກໍ່ຄືວ່າລອງໃຫ້ເພື່ອນໃຊ້ແລ້ວມັກນີ້ ໃຫ້ເຂົາໄປເລົ່າຕໍ່ ບາງຄັ້ງຖ້າເຂົາເຫັນລາຍໄດ້ແມ້ພຽງເລັກນ້ອຍ ເຂົາຈະມອງພາບອອກວ່າມັນຮູບປະທັມທີ່ເຂົາຈັບຕ້ອງໄດ້ ເຖີງຕອນນັ້ນຄ່ອຍໄປເລົ່າໃຫ້ເຂົາຟັງວ່າ ຂະໜາດເຈົ້າບໍ່ຄິດຈະທຳຍັງມີລາຍໄດ້ເລັກໆນ້ອຍໆມາແບບນີ້ເລີຍ. ແຕ່ຖ້າເຈົ້າຄິດຈະທຳຂື້ນມາ ຈິງໆແລ້ວມີໂອກາດຫລວງຫລາຍຊື່ງມັນບໍ່ໄດ້ຍາກເກີນໄປ ມັນບໍ່ໄດ້ປ່ຽນວິຖີຊີວິດ ຄົນເຮົາຢ້ານການປ່ຽນແປງວິຖີຊີວິດ ຫລາຍຄົນບໍ່ກ້າເຂົ້າມາລອງທຸລະກິດແບບນີ້ເພາະເຂົາມີຄວາມຮູ້ສຶກວ່າເຂົາຕ້ອງປ່ຽນວິຖີຊີວິດຫລາຍຈົນເກີນໄປ ເພາະເຫັນຫລາຍຄົນເບີ່ງແລ້ວປ່ຽນຫລາຍເຫລືອເກີນ ຢ່າຢ້ານງານນີ້ຈິງໆຖ້າທຳແລ້ວຈະມີຄວາມສຸກມີຄວາມສະບາຍໃດແນ່ນອນ ບໍ່ຕ້ອງໄປປ່ຽນແປງໃຜ ແມ້ແຕ່ຕົວເອງດ້ວຍຊໍ້າ
ຂ້ອຍເຊື່ອວ່າທຸລະກິດນີ້ ເປັນທຸລະກິດທີ່ບໍ່ໄດ້ທຳໃຫ້ ສຳພັນທະພາບນີ້ມັນເສຍໄປ ກົງກັນຂ້າມເຮົາເປັນຜູ້ນຳສິ່ງດີໆໄປສູ່ຄົນອື່ນໆດ້ວຍ ຖ້າເຮົາມີວິທີການເວົ້າວິທີການວາງຕົວທີ່ເຫມາະສົມ ຈະບໍ່ສ້າງຄວາມລໍ້າບາກ ຄວາມອຶດອັດໃຈໃຫ້ກັບໃຜ ເຮົາຈະສ້າງຄວາມສະນຸກສະໜານໃນກຸ່ມເພື່ອນໆໄດ້ບໍ່ຢາກເລີຍ
ທ່ານລອງເອົາໄປປະຕິບັດເບີ່ງເດີ
ແດ່ຄວາມສຳເລັດຂອງທ່ານ

ທອງຈັນ ພົນທະຈັກ
ທີ່ປຶກສາທຸລະກິດເຄືອຂ່າຍ

Lao MLM Learning Center ສຸດຍອດທຸລະກິດ ທີ່ທ່ານຕ້ອງຮູ້: ທຳບຸນດ້ວຍທຸລະກິດຫມໍເສັງ

Lao MLM Learning Center ສຸດຍອດທຸລະກິດ ທີ່ທ່ານຕ້ອງຮູ້: ທຳບຸນດ້ວຍທຸລະກິດຫມໍເສັງ: ຕອນເຮົາຈະເຮັດຫຍັງກໍ່ຕາມ ເຮົາຈະເລືອກວິທີການແນວໃດ ຈະເລືອກແຜນທຸລະກິດແນວໃດ ຄົນເຮົາມີຄວາມສາມາດທີ່ແຕກຕ່າງກັນ ເມື່ອເຮົາຊວນເຂົາມາທຳທຸລະກິດແນ່ນ...