ค้นหาบล็อกนี้

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เมาค้าง HangOver


เมาค้าง HangOver

อาการเมาค้าง (hangover)
กลุ่ม อาการเมาค้างประกอบด้วยอาการปวดหัว คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ตัวสั่น ท้องเสีย บางครั้งมีความดันเลือดตัวบน (systolic blood pressure) สูงขึ้น ชีพจรเร็วขึ้น เหงื่อออกมากขึ้น หรือกลุ่มอาการบ้านหมุน-เวียนหัว (vertigo) ร่วมด้วย

การดื่มเหล้าหนักเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดสมองแตก อัมพฤกษ์ อัมพาต ส่วนหนึ่งเกิดจากความดันเลือดตัวบนเพิ่มขึ้น


สาเหตุ ของกลุ่มอาการเมาค้างเป็นผลจากเอนไซม์ หรือน้ำย่อยในร่างกาย เปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็นอะเซทาลดีไฮด์ (acetaldehyde) ซึ่งออกฤทธิ์ทำลายสมอง และระบบประสาท นอกจากนั้นแอลกอฮอล์ยังรบกวนการทำงานของฮอร์โมน (เมลาโทนิน) ทำให้เกิดอาการงุนงงสับสนคล้ายๆ กับการเดินทางไกลข้ามเขตเวลา ทางเครื่องบิน (jet lag) และกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวข้างเดียวหรือไมเกรน (migraine) ได้

กลุ่ม อาการเมาค้างมักจะเกิดเมื่อระดับแอลกอฮอล์อยู่ใน “ขาลง” และแรงที่สุดเมื่อระดับแอลกอฮอล์เข้าใกล้ศูนย์ ข่าวร้ายของท่านที่คิดว่า การกินเหล้าคราวละเล็กละน้อยจะช่วยลดกลุ่มอาการเมาค้างคือ มีการศึกษาวิจัยหลายชุดพบว่า คนที่ดื่มน้อยหรือดื่มปานกลางกลับมีอาการเมาค้างมากกว่าพวกดื่มหนัก แถมยังมีการศึกษาวิจัยพบว่า คนที่มีญาติเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังมักจะมีกลุ่มอาการเมาค้างแรงกว่าคนทั่วไป

อาจารย์ ดอกเตอร์โรเบิร์ต สวิฟท์ นักวิจัยแห่งศูนย์แพทย์สวัสดิการทหารผ่านศึก เมืองโรดไอส์แลนด์ สหรัฐฯ กล่าวว่า วิธีที่คนทั่วโลกลองทำกันมาได้แก่
- ดื่มเพิ่ม หรือ "ถอน" (‘Hair of the dog’) การดื่มเพิ่มไม่ช่วยให้กลุ่มอาการเมาค้างดีขึ้น แต่ทำให้สมองได้รับสารพิษมากขึ้น เกิดกลุ่มอาการเมาค้างครั้งใหม่ซ้ำซากไปเรื่อยๆ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคติดเหล้า ตับอักเสบ ตับแข็ง ตับอ่อนอักเสบ สมองเสื่อม และโรคพิษสุราเรื้อรัง
- ดื่มน้ำ แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ยับยั้งฮอร์โมนวาโซเพรสซิน (vasopressin) ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำทางปัสสาวะมากขึ้น เหงื่อออกมากขึ้น และเกิดภาวะขาดน้ำ การดื่มน้ำมากๆ ในคราวเดียวอาจทำให้อาการคลื่นไส้แย่ลง วิธีที่ดีคือ จิบน้ำคราวละน้อยๆ บ่อยๆ
- กินแป้งและน้ำตาล แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจส่งผลทำลายสมองถาวรได้ ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขภายใน 90 นาที วิธีง่ายๆ คือ การดื่มน้ำหวาน หรือน้ำผลไม้เย็นๆ และขนม เช่น ขนมปัง ฯลฯ คราวละน้อยๆ บ่อยๆ ต่อไป 1-3 วัน
- ดื่มเหล้าสีเข้ม มีการศึกษาหลายชุดพบว่า เหล้าสีเข้มทำให้เมาค้างน้อยกว่าเหล้าสีอ่อน เรื่องนี้เปรียบคล้ายการ “หนีเสือปะจระเข้” เพราะเหล้าสีเข้มมักจะมีสารจากการหมัก (congeners) รวมทั้งเมธานอล (methanol) ซึ่งมีพิษต่อสมอง ตา และระบบประสาทรุนแรงกว่าแอลกอฮอล์ ผลคือ อาจทำให้เมาค้างมากขึ้น และสมองเสื่อมมากขึ้นได้ (เหล้าเถื่อนบางครั้งอาจมีเมธานอลสูงจนทำให้ตาบอด 2 ข้างได้)
- กินยาแก้ปวดที่ไม่ใช่พาราเซตามอล การกินพาราเซตามอลพร้อมหรือหลังการกินเหล้าทำให้เกิดพิษต่อตับรุนแรง เช่น ตับอักเสบ ตับวาย(ถึงตายได้) ฯลฯ การกินยาแก้ปวดกลุ่มอื่น (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ฯลฯ อาจช่วยให้อาการปวดหัวทุเลาลง ทว่า... อาจทำให้กระเพาะอาหาร-ลำไส้อักเสบ หรือเป็นแผลกระเพาะ และตกเลือดได้


การศึกษาเร็วๆ นี้พบว่า การดื่มกาแฟอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคตับแข็งในคนที่ดื่มเหล้าลงได้
วิธี อื่นที่พอจะช่วยให้อาการเมาค้างลดลงได้แก่ การดื่มกาแฟหรือชา เพื่อลดอาการง่วงงุนงง การดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำคราวละน้อยๆ บ่อยๆ เพื่อลดอาการขาดน้ำ การดื่มน้ำผลไม้ น้ำหวาน หรือกินอาหารประเภทข้าว-แป้งคราวน้อยๆ บ่อยๆ เช่น ขนมปัง ฯลฯ เพื่อลดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
ถ้าพบคนที่มีอาการเมาค้างซึมลง หรือหมดสติ... ควรรีบนำส่งอนามัย หรือโรงพยาบาลใกล้ๆ ทันที เนื่องจากอาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ที่ทำลายสมองได้ วิธีการป้องกันกลุ่มอาการเมาค้างที่ดีที่สุดยังคงเป็นการ “งด-ลด-ละ-เลิกดื่มเหล้า(ทุกชนิด)” หรือ “ป้องกันไว้ดีกว่าตามแก้ไข”

กาแฟผสมสมุนไพรชนิดกระป๋อง ตราหมอเส็ง ช่วยลดอาการเมาค้างได้ผลรวดเร็ว และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

สะเก็ดเงิน Psoriasis


สะเก็ดเงิน Psoriasis

โรค สะเก็ดเงินหรือเรื้อนกวางเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน บกพร่อง ทำให้เซลล์ผิวหนังกำพร้าแบ่งตัวเร็ว ทำให้ผิวหนังบริเวณที่เป็นผื่นมีความหนากว่าผิวหนังปกติ และเชื่อว่าพันธุกรรมก็มีส่วนทำให้เกิดโรค โดยจะต้องมีปัจจัยกระตุ้น ซึ่งได้แก่ความเครียด ผิวหนังที่มีแผล รวมทั้งการติดเชื้อและจากยาบางชนิด

มักเป็น มากในระยะวัยรุ่น และพบมากในวัยกลางคน ไม่ติดต่อโดยการสัมผัส บริเวณที่พบเช่น ข้อศอก เข่า หลังส่วนล่าง และหนังศีรษะ แต่อาจพบผื่นที่ผิวหนังบริเวณใดของร่างกายก็ได้ รวมทั้งที่เล็บ ในกรณีที่ผื่นสะเก็ดเงิน เกิดขึ้นในบริเวณข้อพับต่างๆ เช่น ขาหนีบ รักแร้ อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก และใต้ฐานเต้านมในผู้หญิง ก็มักจะมีลักษณะต่างจากลักษณะข้างต้นคือ ผื่นจะมีสะเก็ดค่อนข้างน้อย หรือไม่มีเลยและพื้นผิวค่อนข้างมัน โดยทั่วไปผื่นสะเก็ดเงินมักไม่พบที่บริเวณใบหน้า นอกจากนี้เมื่อผื่นสะเก็ดเงินหายแล้ว จะไม่มีรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่ และน้อยรายมากที่จะทำให้เกิดผมร่วง อย่างไรก็ดี อาจมีร่องรอยการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหนังในบริเวณที่เคยเป็นผื่นสะเก็ดเงินมา ก่อนหลงเหลืออยู่ แต่ก็จะค่อยๆ กลับเป็นปกติเมื่อเวลาผ่านไป

ยาบำรุงเลือดและขมิ้นชัน ตราหมอเส็ง มี ส่วนช่วยได้ โดยหลักการแล้วเมื่อภูมิคุ้มกันบกพร่องเนื่องจากภายในร่างกายเราเป็นพิษ เราจึงต้องกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย และบำรุงเลือดใหม่ให้ดี โรคนี้ก็จะดีขึ้น

ต่อมลูกหมาก Prostate


ต่อมลูกหมาก Prostate


ความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
ต่อม ลูกหมากเป็นต่อมในระบบสืบพันธุ์ของผู้ชาย ซึ่งอยู่บริเวณคอของกระเพาะปัสสาวะ จะห่อหุ้มรอบกระเพาะปัสสาวะส่วนต้น ผิวด้านหลังจะวางอยู่บนลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ต่อมลูกหมากในผู้ใหญ่มีขนาดเหมือนลูกหมาก น้ำหนักประมาณ 20 กรัม หน้าที่หลักคือผลิตน้ำหล่อเลี้ยงเชื้ออสุจิ ช่วยให้ตัวเชื้ออสุจิมีความแข็งแรงและนำพาเชื้ออสุจิออกสู่ภายนอกร่างกาย หรือที่เรียกว่าการหลั่งระหว่างการมีเพศสัมพันธ์

สามารถทดสอบว่าต่อมลูกหมากของคุณผิดปกติหรือไม่ ดังต่อไปนี้
- ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน
- กลั้นปัสสาวะไม่ได้
- ปัสสาวะต้องเบ่งหรือต้องรอนาน
- ปัสสาวะไม่พุ่ง ไหลช้า ๆ เป็นลำเล็ก
- ปัสสาวะสะดุด ไหล ๆ หยุด ๆ
- ปัสสาวะไม่สุด และมีเป็นหยด ๆ ตอนท้าย
- ปัสสาวะมีเลือดหรือหนองปนอยู่
- ตื่นนอนตอนเช้ามีน้ำเหนียวๆ ติดอยู่ปลายอวัยวะเพศ
- น้ำอสุจิมีเลือดปนอยู่ หรือมีอาการปวดตอนหลั่งน้ำอสุจิ
- ถุงอัณฑะเย็นและชื้น
- ปวดถ่วงที่อัณฑะหรือฝีเย็บ หรือท้องน้อย
- ปวดบั้นเอวช่วงล่าง
- รู้สึกคันยิบ ๆ หรือแสบร้อนภายใน หรือบริเวณอวัยวะเพศ
หากคุณมีอาการดังกล่าว 3 อาการขึ้นไป สันนิษฐานได้เลยว่ามีความผิดปกติของต่อมลูกหมาก

คุณควรหันมาใส่ใจสุขภาพของต่อมลูกหมากอย่างจริงจังก่อนจะนำไปสู่กรวยไตอักเสบ และไตวายเรื้อรังในที่สุด

โรคของต่อมลูกหมากแบ่งเป็น 3 ชนิด
- ต่อมลูกหมากอักเสบ พบได้ในผู้ชายทุกวัย
- ต่อมลูกหมากโต พบบ่อยในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป
- มะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนใหญ่พบในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป


ต่อมลูกหมากอักเสบหมายถึงการติดเชื้อหรือการอักเสบที่ต่อมลูกหมาก พบได้ในผู้ชายทุกวัย แบ่งเป็นชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง ดังนี้
- ต่อม ลูกหมากอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มักแสดงอาการรุนแรงและเกิดขึ้นทันที มีไข้สูง หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดร่วมด้วย
- ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือชนิดติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นการอักเสบซ้ำซากของต่อมลูกหมาก และชนิดไม่ได้ติดเชื้อ เป็นการอักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด ประมาณ 90% ของผู้ป่วยต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังเป็นชนิดไม่ติดเชื้อ ดังนั้นยาปฏิชีวนะจึงใช้ไม่ได้ผลกับผู้ป่วยกลุ่มนี้


ต่อมลูกหมากโตคือ อะไร ในวัยเด็กต่อมลูกหมากจะโตขึ้นอย่างช้า ๆ จนกระทั่งอายุ 20 ปี ต่อมลูกหมากก็แทบจะหยุดโต แต่หลังอายุ 40 ปีไปแล้ว ต่อมลูกหมากก็จะกลับมาโตขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ผู้ชายวัย 50 ขึ้นไปกว่าครึ่งต้องประสบปัญหาต่อมลูกหมากโต เมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้น จะไปกดและเบียดท่อปัสสาวะ ในระยะแรกจะไม่แสดงอาการเนื่องจากกระเพาะปัสสาวะจะชดเชยการตีบของท่อปัสสาวะ ด้วยการบีบตัวที่เร็วขึ้นเพื่อขับปัสสาวะออกมา เมื่อกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานมากกว่าปกติ ก็จะหนาขึ้นทำให้ไวต่อการมีปัสสาวะ ส่งผลให้ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นโดยเฉพาะตอนกลางคืน เมื่อกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะอ่อนล้าเมื่อไร เวลาปัสสาวะก็ต้องเบ่งหรือรอนาน ปัสสาวะจะสะดุด ไหลๆ หยุดๆ ไม่สุดหรือมีหยดๆ ตามมาตอนท้าย ต่อมลูกหมากโตมักจะทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและไต เนื่องจากต่อมลูกหมากที่โตขึ้นจะเบียดท่อปัสสาวะให้แคบลง ทำให้ถ่ายปัสสาวะออกไม่หมด เชื้อแบคทีเรียก็จะแพร่พันธุ์ในน้ำปัสสาวะที่ค้างอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบและลุกลามเข้าไปที่ต่อมลูกหมาก เสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ กรวยไตอักเสบและไตวายเรื้อรังด้วย

มะเร็งต่อมลูกหมาก เกิดจากการพัฒนาการของต่อมลูกหมากโต หากคุณไม่รีบรักษา หากคุณมีอาการแล้วปล่อยทิ้งไว้ หากเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว ก็ยากที่จะรักษา


ยาน้ำกระชายดำสูตร2 ตราหมอเส็ง ช่วยควบคุมรักษาสมดุลฮอร์โมนเพศชายทำให้ภาวะการโตเป็นไปอย่างปกติ ลดการอักเสบภายในต่อมลูกหมาก อีกทั้งยังช่วยให้ต่อมลูกหมากสามารถผลิตฮอร์โมนและสารสำคัญได้อย่างเป็นปกติ และสมบูรณ์ ทำให้หูรูดของกระเพาะปัสสาวะทำงานเป็นปกติ และช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด


ทั้ง นี้ ต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากสามารถป้องกันและยืดระยะเวลาการเกิดได้ โดยการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารเช่นลดอาหารประเภทไขมันสูง เลือกทานผักผลไม้มากขึ้น บริโภคสารแอนติออกซิแดนซ์ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงบุหรี่ สุรา ยาเสพติด และพักผ่อนให้เพียงพอ ควรเฝ้าตรวจติดตามภาวะต่อมลูกหมากทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อหาทางป้องกันและรักษา

กลิ่นตัว


กลิ่นตัว


คุณเคยสงสัยไหมว่าทั้งๆ ที่มีการอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ แต่ทำไมยังมีกลิ่นตัวอยู่อีก??

ที่เป็น เช่นนี้เพราะ คนเรามีแหล่งกำเนิดกลิ่นอยู่บนร่างกายด้วยกันหลายจุด จุดสำคัญที่สุดของกลิ่นตัว คือต่อมเหงื่อชนิดหนึ่งที่พบมากบริเวณรักแร้ และอวัยวะเพศ ต่อมเหงื่อชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า อโปไครน์ (apocrine) ซึ่งจะเริ่มทำงานเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ต่อมเหงื่อชนิดนี้มีหน้าที่สร้างสารที่มีกลิ่นคล้ายฟีโรโมน สารชนิดนี้มีสีขาวขุ่น ในระยะแรกที่หลั่งออกมาจะไม่มีกลิ่น แต่หลังจากถูกย่อยโดยเชื้อแบคทีเรียซึ่งอาศัยอยู่บนผิวหนังจึงทำให้เกิด กลิ่นขึ้น ส่วนเหงื่อใส ๆ ที่หลั่งออกมาเวลาอากาศร้อนขณะออกกำลังกาย หรือเป็นไข้นั้นหลั่งออกมาจากต่อมเหงื่ออีกชนิดหนึ่งเรียกว่า เอ็คไครน์ (eccrine) เหงื่อชนิดนี้เป็นน้ำใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่จะเป็นตัวนำพาให้กลิ่นตัวที่เกิดจากต่อมอโปไครน์กระจายออกไป

นอกจาก นี้กลิ่นตัวยังเกิดได้จากเซลล์ผิวหนังที่อับชื้น และถูกย่อยสลายโดยเชื้อแบคทีเรียที่ย่อยสลายของไขมันที่หลั่งออกมาจากต่อม ไขมันตามผิวหนังซึ่งมักพบในคนผิวมัน และยังอาจเกิดจากสารที่รับประทานเข้าไปแล้วขับออกมาทางเหงื่อ เช่น ยาบางชนิด สารหนู และอาหารบางอย่าง โดยเฉพาะจำพวกเครื่องเทศต่าง ๆ เป็นต้น

ความหลากหลายของกลิ่นตัว
ถ้า ลองสังเกตดูจะรู้สึกได้ว่าบนร่างกายของคนเรานั้นมีกลิ่นที่แตกต่างกันไปใน แต่ละจุด รวมถึงคนแต่ละคนก็มีกลิ่นตัวที่แตกต่างกันออกไปด้วย ขึ้นอยู่กับกลไกการเกิดกลิ่น ตำแหน่งที่เกิดกลิ่น ตลอดจนชนิดและปริมาณของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่น กลิ่นตัวบริเวณรักแร้ส่วนใหญ่เกิดจากการย่อยสลายของสารที่หลั่งออกมาจากต่อม เหงื่ออโปไครน์ กลิ่นตามซอกพับและที่เท้าเกิดจากการย่อยสลายของเซลล์ผิวหนัง และกลิ่นบริเวณหนังศีรษะ บนใบหน้า ส่วนใหญ่เกิดจากการย่อยสลายของไขมันจากต่อมไขมันที่ผิวหนัง สารที่เกิดขึ้นจากกระบวนการย่อยสลายเหล่านี้เป็นสารเคมีที่แตกต่างกัน จึงทำให้กลิ่นตัวในแต่ละตำแหน่งของร่างกายแตกต่างกันไปด้วย เช่นเดียวกันกับกลิ่นที่เกิดจากสารที่ขับออกมาทางเหงื่อก็จะมีกลิ่นเฉพาะตัว ที่แตกต่างกันออกไป กลิ่นอันหลากหลายบนเรือนกายของแต่ละคนเมื่อรวมกันแล้วก็จะทำให้คนแต่ละคนมี กลิ่นกายเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คนในภูมิอากาศร้อนชื้น หรือผู้ที่มีสุขอนามัยไม่ดีพอ เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังจะเจริญได้ดีและมีจำนวนมาก เป็นผลให้กลิ่นตัวรุนแรง

ปัจจัยที่ส่งเสริมและทำให้เกิดกลิ่นตัว
นอก จากกลิ่นตัวจะมีสาเหตุจากธรรมชาติของร่างกายทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียที่อยู่ ตามผิวหนังแล้ว ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ เช่น สภาพอากาศในฤดูร้อน หรือในสภาวะที่มีอากาศร้อนชื้น เชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังจะเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว แบคทีเรียเหล่านี้จะย่อยสลายเหงื่อที่หลั่งจากต่อมอโปไครน์ ไขมันจากต่อมไขมันและเซลล์ผิวหนังได้เร็วขึ้น จึงทำให้กลิ่นตัวเกิดขึ้นได้ง่ายและรุนแรงขึ้น การสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาหรือผ้าบางชนิดเช่นผ้าใยสังเคราะห์จะทำให้เหงื่อ ระบายช้า ผิวหนังจึงมีความอับชื้น ทำให้ปริมาณแบคทีเรียบนผิวหนังเพิ่มขึ้นและเกิดกลิ่นตัวง่ายขึ้น อาหารหรือยาบางชนิด เช่น กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศ และสารหนู เป็นต้น ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวเพราะสารเหล่านี้เป็นสารที่มีกลิ่น ซึ่งจะถูกขับออกมาทางเหงื่อ สำหรับคนที่เป็นโรคบางชนิดเช่น โรคเบาหวาน โรคเก๊าท์ โรคทางสมอง และภาวะผิดปกติทางระบบเผาผลาญอาหารบางชนิด ร่างกายจะสร้างสารเคมีบางอย่างที่มีกลิ่น และขับออกมาทางเหงื่อดังนั้นทำให้คนที่เป็นโรคดังกล่าวอาจมีกลิ่นตัวเกิด ขึ้นได้ นอกจากนี้อารมณ์เครียด โกรธ ตกใจ ร่างกายจะกระตุ้นให้ต่อมเอ็คไครน์ใต้รักแร้ หน้าผาก และฝ่ามือออกมามากขึ้นทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวมีความชื้น มากขึ้นแบคทีเรียที่ผิวหนังจึงมีจำนวนมากขึ้นเลยทำให้คนที่มีอารมณ์ดังกล่าว มีกลิ่นตัวไปโดยปริยาย


ขมิ้นชันตราหมอเส็ง มีส่วนช่วยในการกำจัดกลิ่นต่าง ๆ ของร่างกายอย่างได้ผล เพราะคุณหมอเส็งได้นำขมิ้นชันและสมุนไพรต่าง ๆ อีก 30 กว่าชนิดมาปรุงเป็นสูตรของคุณหมอเส็งโดยเฉพาะ สมุนไพรแต่ละชนิดมีส่วนเสริมฤทธิ์ยาซึ่งกันและกัน ป้องกันและกำจัดสารพิษภายในร่างกาย ช่วยลดของเสียจากกลไกต่างๆ ของร่างกายอันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นต่าง ๆ การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายก็จะขับออกทางปาก จมูก ผิวหนัง ปัสสาวะและอุจจาระ ควรรับประทานขมิ้นชันตราหมอเส็งต่อเนื่องให้กลิ่นหายไปสักระยะหนึ่งก่อน ให้ร่างกายได้ปรับสภาพจนเกิดสมดุลแล้วจึงหยุดทาน กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ก็จะไม่เกิดขึ้นอีก

มีลูกยาก


มีลูกยาก


"ภาวะมีลูกยากหมายถึงการที่คู่สมรสไม่ตั้งครรภ์ใน 1 ปี ทั้งๆ ที่มีเพศสัมพันธ์กันสม่ำเสมอ และไม่ได้คุมกำเนิด"

การที่คน เราจะมีลูกได้นั้น สามีต้องมีเชื้ออสุจิที่แข็งแรง ภรรยาต้องมีไข่ซึ่งเกิดจากรังไข่ที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ทั้งก่อนและหลังไข่ ตก "เชื้ออสุจิ" ต้องพบกับ "ไข่" ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งโดยปกติสถานที่นัดพบครั้งแรกจะเป็น "ท่อนำไข่" ดังนั้น "ท่อนำไข่" ต้องสะดวกในการเดินทางและมีบรรยากาศที่ไม่เป็นพิษ เมื่อพบกันอสุจิต้องผสมกับไข่ให้ได้ เพราะทั้งสองมีอายุการใช้งานที่สั้นเพียง 24-48 ชั่วโมงเท่านั้น การผสม (Fertilization) ต้องพอเหมาะพอดี เร็วเกินไปหรือช้าเกินไปจะได้ "ตัวอ่อน" ที่ไม่ดี


ตัว อ่อนที่ได้จากการผสมจะเดินทางในท่อนำไข่เข้าหาโพรงมดลูก ซึ่งในระหว่างทางจะแบ่งตัวและเติบโตแต่ห้ามมีอะไรมาขัดขวาง มิฉะนั้น "ตัวอ่อน" จะตายหรือหยุดลงฝังตัวตรงนั้น "ตัวอ่อน" เดินทางในท่อนำไข่ 5-7 วันก็ถึงโพรงมดลูกสักระยะหนึ่ง และฝังตัวในราววันที่ 7-9 นับแต่วันที่ปฏิสนธิ มดลูกของสตรีจึงมีคุณค่าในการรักษาชีวิต "ตัวอ่อน" ต่อแต่นี้ไป หากมดลูกไม่ดี เช่นมีเนื้องอกหรือเยื่อโพรงมดลูกบางเกินไป "ตัวอ่อน" อาจฝังตัวไม่ได้ และตายไปสตรีผู้นั้นก็จะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้


ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า คนเราจะเกิดมาได้ ต้องมีองค์ประกอบสมบูรณ์ดี อย่างน้อย 5 ประการ
1. ฝ่ายชายต้องมี "เชื้ออสุจิ" จำนวนมากพอสมควร แข็งแรงและเคลื่อนไหวได้ดี
2. ฝ่ายหญิงต้องมี "ไข่" ที่สมบูรณ์ดีและมีการตกไข่ที่สม่ำเสมอ
3. มูกปากมดลูก ต้องมีคุณภาพดีปริมาณพอเหมาะ และเป็นมิตรคอยช่วยเหลือการเดินทางของ "อสุจิ" จนถึงจุดหมายปลายทาง
4. เส้นทาง ตั้งแต่ปากมดลูก, โพรงมดลูกและท่อนำไข่ ต้องดี สะดวกไม่มีอุปสรรคขัดขวางทั้งขาไปและขากลับ
5. มดลูก ต้องดี ไม่มีเนื้องอก เยื่อบุโพรงมดลูกต้องหนาพอที่จะรองรับการฝังตัวและเจริญเติบโตของ "ตัวอ่อน" อย่างไม่มีปัญหา จนถึงกำหนดคลอดออกมา

ปัญหาของ การมีบุตรยากร้อยละ 40 มาจากฝ่ายชาย ร้อยละ 50 มาจากฝ่ายหญิง และร้อยละ 10 มาจากปัญหาอื่น ๆหรือที่ยังระบุสาเหตุไม่ได้ ปัญหาของฝ่ายชายอยู่ที่คุณภาพ และปริมาณอสุจิ (สเปิร์ม / sperm) ไม่ดีพอ เช่น เป็นหมัน สูบบุหรี่ อัณฑะถูกความร้อน (เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ที่อานตากแดดจนร้อนโดยไม่หาอะไรรอง เพื่อกันความร้อน วางคอมพิวเตอร์แลปทอปไว้บนตัก แช่น้ำอุ่น อบเซาน่า ฯลฯ) นอกจากนั้นการได้รับสารเคมี เช่น ตะกั่วจากหม้อก๋วยเตี๋ยวที่เชื่อมด้วยตะกั่ว ตะกั่วจากหมึกพิมพ์ (เช่น อ่านหนังสือพิมพ์แล้วไม่ล้างมือก่อนกินข้าว ฯลฯ) ก็ทำให้อสุจิของฝ่ายชายเสื่อมสภาพได้เช่นกัน


ปัญหา ของฝ่ายหญิงอาจเกิดจากการตกไข่ผิดปกติ หรือทางเดินของไข่จากรังไข่ไปยังท่อรังไข่ โพรงมดลูก ปากมดลูก หรือช่องคลอด ตัวอย่างเช่น ถ้าฝ่ายหญิงติดเชื้อกามโรค เช่น หนองในเทียม ฯลฯ มาก่อน อาจทำให้ท่อรังไข่ตีบตันได้



ปัญหาอื่นๆ หรือไม่ทราบสาเหตุ เช่น ความเครียด มีเพศสัมพันธ์ถี่หรือห่างมากเกินไป


ยาน้ำว่านชักมดลูกสูตร1 ตราหมอเส็ง ช่วยแก้ปัญหาที่ฝ่ายหญิง
และยาน้ำกระชายดำสูตร2 ตราหมอเส็ง ช่วยแก้ปัญหาที่ฝ่ายชาย

สงสัยจะเป็นริดสีดวงทวาร


สงสัยจะเป็นริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวาร เกี่ยว ข้องกับภาวะความดันโลหิตในหลอดเลือดดำสูง อาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การเบ่งถ่ายอุจจาระ ท้องผูก การนั่งนานๆ การตั้งครรภ์ ความอ้วน การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ไอเรื้อรังเป็นต้น นอกจากนี้ยังอาจพบร่วมกับโรคในช่องท้องเช่น ตับแข็ง ทำให้ภาวะความดันในหลอดเลือดดำตับสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบมาที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก ก้อนเนื้องอกในท้อง มะเร็งลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น

อาการของโรค

บริเวณ ทวารหนักมีหลอดเลือดดำ 3 เส้น ซึ่งปกติจะขยายตัวขณะถ่ายอุจจาระ และหดตัวหลังการถ่าย เมื่อหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพองก็จะกลายเป็นริดสีดวงทวาร ซึ่งจะกดทับเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด คัน และมีการปริแตกของผนังหลอดเลือดขณะเบ่งถ่าย ตำแหน่งของริดสีดวงทวารอาจอยู่ข้างในหรือข้างนอกของรูเปิดทวารหนัก ริดสีดวงภายนอกมักทำให้เกิดอาการปวดมากกว่า ส่วนริดสีดวงภายในจะทำให้เกิดเลือดออกได้ง่ายกว่า แม้ว่าริดสีดวงทวารจะไม่มีอาการที่รุนแรงหรือมีอันตรายต่อชีวิต แต่ผู้ที่กำลังเป็นอยู่หรือผู้ที่เคยเป็นเท่านั้นที่จะรู้ซึ้งถึงความทรมาน และความน่ารำคาญของมันได้

ยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนักตราหมอเส็ง จะ ช่วยบรรเทาอาการโป่งพองของหลอดเลือดดำ ช่วยในการขับถ่ายให้เป็นปกติ หากริดสีดวงที่อยู่ในขั้นเริ่มต้น จะช่วยทำให้ริดสีดวงฝ่อและหายได้

ยาหมอเส็งแพงไปหรือไม่



ยาหมอเส็งแพงไปหรือไม่

หาก เราจำเป็นต้องไปหาแพทย์แผนปัจจุบันบ่อยๆ เสียค่ารักษามากบ้างน้อยบ้างตามอาการ นอกจากเสียเงินทอง เสียเวลาเดินทาง เสียโอกาสทำมาหากินและฯลฯแล้ว เรายังเสียสุขภาพจิตด้วย ที่สำคัญการรักษา ก็เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ บางโรคก็รักษาหายขาด บางโรคแพทย์ก็ยอมรับว่ารักษาให้หายขาดไม่ได้ ต้องกินยาควบคุมอาการตลอดไป หากหยุดยาโรคก็กำเริบ แล้วเมื่อทานยาปฏิชีวนะนานๆเข้า สารเคมีในยาก็สะสมภายในร่างกาย เกิดโรคข้างเคียงโดยไม่สามารถรู้ก่อนหรือหลีกเลี่ยงได้ การรักษาแบบแผนโบราณจึงกลับมานิยมและถูกจัดให้เป็นการรักษาทางเลือก เพราะนอกจากช่วยรักษาโรคแล้ว ยังปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างภายในร่างกายด้วย

สมุนไพร หมอเส็งนั้นประกอบไปด้วยสมุนไพรหลายสิบชนิดมาผสมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อบำรุง ดูแล ซ่อมสร้างส่วนที่สึกหรอจากการถูกทำลายไปภายในร่างกาย ให้กลับสู่สมดุลของตัวเอง เมื่อร่างกายทำงานได้ตามปกติ โรคภัยไข้เจ็บก็จะเบาบางลงจนกระทั่งหายไป รวมทั้งยังเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงขึ้นด้วย เมื่อร่างกายแข็งแรงเราก็มีเวลามาเสริมสร้างสติปัญญา สร้างโอกาสในการทำเงินทำทอง สะสมบุญญาบารมีเพื่อเป็นเสบียงไว้เลี้ยงตัวถึงชาติหน้าด้วย ดังนั้นการบำรุงร่างกายให้แข็งแรงกับเงินที่เสียไปนั้นถือว่าคุ้มมากครับ ไม่แพงหรอกครับ